ตรึงใจด้วยเรื่องเล่า : “การเล่าเรื่อง” ทักษะที่การสื่อสารไม่อาจมองข้าม

ในยุค Digital Economy ที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ สภาพสังคมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอัตราที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มวลข้อมูลข่าวสารที่เราต้องรับรับรู้ก็เพิ่มพูนขึ้นรอบทิศทางไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ อินเตอร์เนท โซเชียลมีเดีย และสื่ออื่นๆ ภายใต้สภาวะที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายนี้ เพื่อตรึงความสนใจและโน้มน้าวจูงใจ คนที่เราต้องการสื่อสารที่ทรงพลังช่วยให้เราดึงความสนใจของคนได้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

หากพิจารณา คิดถึงปริมาณข้อมูลข่าวสารที่เราต้องสื่อสารและรับรู้ในการทำงานแต่ละวัน เราจะพบว่า คนเราสามารถจะจดจำข้อมูลเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่เรารับเข้ามา หลายคนถึงรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับประชุมและวาระการพูดของผู้บริหารที่มีการเตรียมการมาอย่างดี แต่ไม่สามารถทำให้ผู้ฟังเกิดความสนใจได้  คำตอบอาจอยู่ที่เราเข้าใจธรรมชาติของสมองคนเราแค่ไหน 

 

ผลการวิจัยทางด้านสมองแสดงให้เห็นว่า คนเราจดจำข้อมูลได้ดีกว่ามาก ถ้าข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่กระทบความรู้สึกเราไม่ว่าเป็นด้านบวกหรือด้านลบ สมองใช้ความรู้สึกของเราเป็นตัวกรองว่าจะให้ความสนใจและจดจำข้อมูลนั้นไว้หรือไม่ ถ้าสิ่งที่เราได้รับเป็นข้อมูลล้วนๆ กลไกของสมองจะคัดกรองข้อมูลออก และจะไม่เกิดการเก็บข้อมูลในความทรงจำระยะยาว การสื่อสารข้อมูลผ่านเรื่องราวจึงช่วยให้คนเราจดจำได้ง่ายขึ้นมาก 

 

หากเราย้อนไปดูประวัติศาสตร์ การเล่าเรื่องเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลในการถ่ายทอดเนื้อหาเรื่องสำคัญๆ และถูกใช้เพื่อโน้มน้าวใจคนมาตั้งแต่โบราณ คัมภีร์ของศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระไตรปิฎก ไบเบิ้ล ล้วนเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้การเล่าเรื่อง ในการก่อให้เกิดการบ่มเพาะ พฤติกรรม วัฒนธรรม ค่านิยมของแต่ละสังคมในตอนนั้น เรื่องราวที่ทรงพลังกระตุ้นให้เกิดจินตนาการ เห็นภาพที่ชัดเจนในใจของผู้ฟัง นักเล่าเรื่องที่ดีทำให้เรารู้สึกเสมือนว่าได้อยู่ในสถานการณ์ที่เราจินตนาการนั้นได้จริงๆ วันนี้ผมมีเกร็ดข้อแนะนำและข้อควรระวังเกี่ยวกับการเล่าเรื่องมาฝากเผื่อหลายท่านที่สนใจจะไปเริ่มฝึกฝนครับ 

 

1.       เก็บบันทึกเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านการอ่าน และการพูดคุยสัมภาษณ์กับคนในองค์กร

2.       เรื่องเล่าที่ดี ควร มี TIPS

1.       Time  คือช่วงเวลาชัดเจน 

2.       Incident เหตุการณ์  

3.       People คือมีคนทีเป็นตัวละคร 

4.       Surprise  คือมีจุดหักมุม 

3.       เรื่องเล่าควรจะกระชับไม่ยาวเกินไป (ไม่เกิน  3-5 นาที) เรื่องราวที่ยาวเกินไปอาจทำให้คนหมดความสนใจได้ 

4.       พยายามผูกเรื่องกับเหตุการณ์หรือสิ่งที่คนกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนั้น และตัดสินใจว่าไอเดียไหน ประเด็นไหนที่คุณอยากจะเน้น 

 

หลายคน เริ่มเห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพของการพูดผ่าน พรีเซนเตชั่นที่อัดแน่นไปด้วย ตารางและกราฟ “การเล่าเรื่อง” เป็นวิธีการสื่อสารที่เป็นมิตรต่อสมอง จึงช่วยตรึงความสนใจของคนที่เราด้องสื่อสารด้วยได้ดีกว่า

 

 จิรโรจน์   ติกกะวี

Director - Business Development & Strategy 

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา: โพสต์ทูเดย์ 5 ต.ค.58