การบริหารจัดการพนักงานที่เป็นคนเก่ง หรือที่เรียกว่า Talent ไม่ใช่โจทย์ที่ง่ายนัก สำหรับองค์กร ด้วยความเก่งที่มีจำนวนจำกัด บวกกับโอกาสที่มีเข้ามามากมาย ทำให้องค์กรส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญและดูแลเอาใจใส่คนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ เหตุผลคือ หนึ่ง เพื่อรักษาให้พวกเขาอยู่กับองค์กรได้ยาวนาน และสอง เพื่อให้สามารถสร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง ภารกิจดูแลคนเก่งขององค์กรจึงมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเรื่องของการบริหารค่าจ้างค่าตอบแทน ที่พิเศษกว่าพนักงานกลุ่มอื่น การสนับสนุนปัจจัยต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมทั้งการให้ทุนการศึกษาหรือสนับสนุนการพัฒนาความรู้ความสามารถตามสายงาน ที่เกี่ยวข้อง และหนึ่งในกระบวนการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีการหนึ่ง ที่หลายๆองค์กรเลือกใช้ ก็คือ วิธีการโค้ช แล้วการโค้ชกับการบริหารจัดการคนเก่งขององค์กรเกี่ยวข้องกันอย่างไร เพื่อตอบคำถามนี้ คุณสุพรรณี ไกรมะเริง ที่ปรึกษาด้านการโค้ชและให้คำปรึกษา สลิงชอท โค้ชชิ่ง ได้แบ่งปันกรณีศึกษาไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งที่ สลิงชอท โค้ชชิ่ง บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำด้วยการโค้ช และเชี่ยวชาญพิเศษในการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านจุดแข็ง ได้มีโอกาสร่วมงานด้วย มีความสนใจ และเลือกใช้วิธีการโค้ช ในการพัฒนา คนเก่งของพวกเขา โดยปัญหาขององค์กรแห่งนี้น่าจะคล้ายคลึงกับองค์กรอื่นๆ อีกหลายๆ องค์กร กับการมีคนเก่ง (Talent) ที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า แต่องค์กรไม่สามารถบริหารจัดการคนกลุ่มนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ดังนั้นกระบวนการโค้ชจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนา และดึงศักยภาพของกลุ่มคนเก่ง (Talent) เหล่านี้ โครงการนี้จึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่ สลิงชอท โค้ชชิ่ง ได้จัดอบรม 3 หลักสูตรสำคัญ เพื่อเพิ่มเติมความรู้ความสามารถของผู้เข้าร่วมโครงการ โดยทั้ง 3 หลักสูตร หรือที่เรียกว่า 3E ได้แก่ The Extraordinary Leader หลักสูตรที่จะทำให้ผู้เรียนเข้าใจถึงวิธีการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านจุดแข็งที่ แต่ละคนมี The Extraordinary Coach หลักสูตรที่ช่วยปูพื้นฐานและพัฒนาทักษะการโค้ชให้กับผู้เรียน ได้ทำความเข้าใจ ในบทบาทหน้าที่ของการเป็นโค้ชที่ดี วิธีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับผู้ถูกโค้ช และแนวทางการพูดคุยในระหว่างการโค้ช และหลักสูตรสุดท้าย คือ Elevating Feedback หลักสูตรที่ทำให้เหล่าคนเก่งเข้าใจถึงความสำคัญ และวิธีการให้ฟีดแบ็ค (Feedback) ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งสามหลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรระดับสากลที่ สลิงชอท ได้ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จาก เซงเกอร์ โฟล์คแมน สถาบันพัฒนาองค์กรและทรัพยากรบุคคลของสหรัฐฯ

หลังผ่านการเรียนรู้จากทั้ง 3 หลักสูตรแล้ว ทุกคนจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการโค้ชจริง โดยโค้ชมืออาชีพจาก สลิงชอท โค้ชชิ่ง โค้ชจะใช้วิธีการตั้งคำถามชวนคิด ที่ท้าทายความสามารถและกระตุ้นการเรียนรู้ผ่านการโค้ชแบบกลุ่ม (Group Coaching) ตลอดระยะเวลา 6 เดือน กลุ่มคนเก่ง (Talent) หรือ โค้ชชี่จะได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้จากประสบการณ์ความสำเร็จ และความล้มเหลวของทั้งตนเองและผู้อื่น ได้เห็นถึงวิธีการวางแผนกลยุทธ์ในการทำงาน และวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป วิธีการโค้ชลักษณะนี้ จะช่วยสร้างความกระตือรือร้น และความสนใจใคร่รู้ของโค้ชชี่มากยิ่งขึ้น เพราะต่างคนต่างก็มีเรื่องท้าทายให้เรียนรู้ และทำความเข้าใจตลอดเวลา นอกจากโครงการนี้จะช่วยให้โค้ชชี่ได้เปิดโลกทัศน์ และมุมมองใหม่ๆแล้ว ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มคนเก่งด้วยกัน ทำให้ช่องว่างที่เคยมีต่อกันลดน้อยลง เกิดการช่วยเหลือ และแบ่งปันเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต

จากตัวอย่างข้างต้น คงพอทำให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างการโค้ชกับการบริหารจัดการคนเก่ง ได้ชัดเจนขึ้น องค์กรที่มีคนเก่งจำนวนมาก อาจไม่ได้การันตีถึงความสำเร็จที่องค์กรจะได้รับ แต่กลับขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ และวิธีการที่องค์กรเลือกใช้คนได้เต็มศักยภาพที่มี การโค้ชดูเป็นตัวช่วยหนึ่งที่น่าสนใจในการจะช่วยพัฒนา และดึงศักยภาพของคนเก่งให้ฉายชัดมากยิ่งขึ้น และยังเป็นไปตามวัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการคนเก่ง คือ การรักษา และพัฒนาบุคลากรเหล่านี้เพื่อความเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในอนาคต




ที่มา : MBA Magazine