ช่วยด้วย...ผลงานไม่ดี

“การประเมินผลงานออกมาไม่ดีเลย...ทำไงดีครับ” เสียงบ่นจากเด็กจบใหม่ที่เพิ่งทำงานและถูกประเมินผลเป็นครั้งแรก
ผมเจอน้องคนนี้ตอนไปเป็นวิทยากรให้กับองค์กรแห่งหนึ่ง เขาเข้ามาคุยด้วยตอนพักทานอาหารว่างช่วงบ่าย เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยเล่าให้ฟังว่าเพิ่งเข้ามาทำงานเมื่อเดือนมิถุนายนหลังจากเรียนจบได้ไม่นาน สิ่งที่เขาพบคือชีวิตการทำงานช่างแตกต่างจากการเรียนในมหาวิทยาลัยมากมายเหลือเกิน
“สมัยเรียนมีโจทย์ให้ชัดเจนว่าต้องทำอะไร มีข้อมูลมากพอที่จะวิเคราะห์ได้ แต่ในชีวิตจริงข้อมูลไม่ได้มีทุกอย่างหรือบางครั้งก็มีมากเกินไปจนไม่รู้ว่าต้องใช้อะไรบ้าง ที่สำคัญสิ่งที่ต้องวิเคราะห์ก็ไม่รู้จะวิเคราะห์อย่างไร เพราะไม่มีขั้นตอนในการทำที่ชัดเจนเหมือนในห้องเรียน ผลที่ตามมาคือการทำงานผิดๆ ถูกๆ ตามความเข้าใจของตนเอง ครั้นจะถามจากหัวหน้างานหรือรุ่นพี่ พวกเขาก็ไม่ค่อยมีเวลาให้มากนัก ได้แต่บอกภาพกว้าง ๆ แล้วก็ไปงมหาคำตอบเอาเองต่อไป”
สุดท้ายผลงานปลายปีออกมาไม่ดี แล้วจะทำอย่างไร?
ก่อนอื่นต้องขอปรบมือให้กับน้องคนนี้ เพราะคงมีไม่กี่คนที่กล้าออกมายอมรับว่า ตนเองทำงานได้ไม่ดี บางคนอาจพอรู้ตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่กล้ายอมรับหรือขอความช่วยเหลือเพราะกลัวเสียหน้า 
สำหรับใครหลายคนที่ต้องการจะพัฒนาตนเอง สิ่งแรกที่อยากแนะนำคือ การยอมรับกับตนเองว่า เรามีจุดอ่อนอะไรบ้างที่ต้องพัฒนา อย่าไปโทษสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ยกตัวอย่างที่เจอบ่อย ๆ เช่น ปีนี้ขายไม่ได้ตามเป้า เพราะแผนกอื่นไม่ให้ความร่วมมือ หรือเพราะพื้นที่ที่ให้เอาของไปขายมีการแข่งขันสูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ เป็นต้น แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจเป็นความจริง แต่หากอ้างถึงแต่ส่ิงที่ควบคุมไม่ได้ ก็จะไม่มีวันพัฒนา ให้หันกลับมาถามตัวเองว่าเราจะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จในสถานการณ์เช่นนั้น จะดีกว่า
จากนั้นมองหาจุดที่ต้องพัฒนา หากปัญหาคือการมีผลงานไม่ดี ค้นหาคำตอบให้ตนเอง ใน 3 คำถามต่อไปนี้
 
  1. ความพยายาม : เราได้ลงแรงและให้เวลามากพอกับงานดังกล่าวแล้วหรือยัง
  2. กลยุทธ์ : เราพยายามหาแนวทางหรือวิธีการในการทำงานใหม่ ๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือเปล่า
  3. ความรู้และทักษะ : เรามีความรู้และทักษะที่จำเป็น เพียงพอที่จะทำให้เราทำงานได้ดีหรือไม่ ถ้ายังไม่พอ เราขาดเรื่องอะไรไป
เมื่อยอมรับและเข้าใจในสิ่งที่ต้องพัฒนาแล้ว คราวนี้เป็นเรื่องของการขอความช่วยเหลือ การขอความช่วยเหลือไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแออย่างที่หลาย ๆ คนรู้สึกและเข้าใจ การทำงานให้ดีมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือและสนับสนุนจากผู้อื่น คนที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายไม่มีใครสร้างความสำเร็จได้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ดังนั้นหากอยากได้ความรู้เพิ่มเติมต้องกล้าเข้าหา บอกตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม อย่างคำโบราณว่า “อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือ” ฉันใดก็ฉันนั้น หลายคนชอบคิดว่า “เกรงใจ...หัวหน้ายุ่ง” ผมคิดว่าหัวหน้ายุ่ง เป็นปัญหาของหัวหน้า หากเราไม่รู้ควรเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องเข้าไปปรึกษา เพราะหากทำงานผิดพลาดเนื่องจากไม่ได้ปรึกษาเพราะเกรงใจว่าหัวหน้ายุ่ง ปัญหาจะกลับมาเป็นของเราทันที
สุดท้ายถ้าพยายามทำทุกอย่างแล้วแต่ผลงานก็ยังไม่กระเตื้องขึ้นอยู่ดี สิ่งที่อยากแนะนำคือ ลองเปลี่ยนลักษณะงานที่ทำดู เพราะบางทีงานที่ทำอยู่อาจจะไม่เหมาะกับทักษะและอุปนิสัยก็เป็นได้ หลายคนที่เปลี่ยนงานเพื่อให้เหมาะสมกับตนเอง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานใหม่อย่างคาดไม่ถึง ในทางกลับกัน หากยังอยู่ที่เดิม เขาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าวันนี้ก็เป็นได้
ดังนั้นแม้จะมีผลการทำงานที่ไม่ดีนักในปีที่ผ่านมา หากยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามที่จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป ความสำเร็จไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม

ปีใหม่ ตัั้งใจใหม่ ฟ้าหลังฝน ย่อมสดใสกว่าเดิม ... เชื่อผม !

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
www.orchidslingshot.com
apiwut@riverorchid.com
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook/apiwutp