คู่รักในที่ทำงาน

หลังจากหนังเรื่อง “ATM เออรัก..เออเร่อ” กวาดรายได้กันไปอย่างถล่มทลาย ผมก็ได้รับโทรศัพท์จาก HR ท่านหนึ่งที่ทำงานกับองค์กรที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางแห่งหนึ่ง

เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่บังเอิญเขาได้เบอร์โทรศัพท์ของผมจากนามบัตรที่เคยแจกในงานๆ หนึ่ง

หลังจากแนะนำตัวเองเสร็จ เขาก็เล่าให้ฟังว่าได้ไปซื้อ DVD หนังเรื่องนี้มาดู หลังจากดูแล้วรู้สึกสนุกมาก เลยเอามาแบ่งปันให้เพื่อนในทีมเอากลับไปดูที่บ้าน

อาทิตย์ก่อนหัวหน้ามาเอา DVD แผ่นนี้ไปดูตอนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พอวันจันทร์ หัวหน้าก็เปิดประเด็นขึ้นมาว่า...

“องค์กรของเราควรมีกฎห้ามพนักงานที่ทำงานด้วยกัน เป็นแฟนกันดีไหม?”

จากนั้นก็มีเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากปลายสาย พร้อมกับเสียงรำพึงกับตัวเองว่า “รู้งี้รีบเก็บกลับ ก่อนที่หัวหน้าจะเอาไปดูก็ดีหรอก”

ตอนนี้ HR ท่านนี้เลยต้องรวบรวมและประเมินข้อดีข้อเสียของกฎนี้ เพื่อให้หัวหน้าและผู้ใหญ่พิจารณา

คำถามคือเขาเห็นข้อเสียหลายอย่างของการเป็นแฟนกันในที่ทำงาน แต่ยังคิดหาข้อดีไม่ได้เลย จึงอยากถามว่าข้อดีของประเด็นนี้คืออะไร

ผมถามกลับไปว่า “ข้อเสียที่หามาได้มีอะไรบ้าง”

เขาตอบผมสองข้อคือเรื่องโอกาสในการทุจริตและเรื่องการลางานพร้อมกัน

จริงครับ! สองเรื่องนี้เป็นข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจน แต่สำหรับเรื่องการทุจริตนั้น จะว่าไปแล้วต่อให้ไม่ต้องเป็นแฟนกัน การทุจริตก็เกิดขึ้นได้ถ้าคนเราตั้งใจจะทำเสียอย่าง

แต่การเป็นแฟนกันอาจทำให้การทุจริตเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะหากหน้าที่การงานของเขาทั้งสองเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เช่นคนหนึ่งเป็นฝ่ายบัญชีอีกคนเป็นฝ่ายตรวจสอบ เป็นต้น

ส่วนเรื่องการลางานพร้อมๆ กันนั้น ก็คงเกิดขึ้นได้บ้างโดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรืองานพิธีต่างๆ ดังนั้นหากทั้งสองคนทำงานหน่วยงานเดียวกัน ก็อาจทำให้หน่วยงานนั้นต้องสูญเสียกำลังพลสองคนในวันเดียวกัน

นอกจากสองประเด็นดังกล่าว หากวันใดเขาสองคนทะเลาะกัน งอนกันหรือเลิกกัน แต่ยังต้องเจอกันในที่ทำงาน ปัญหาอาจตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน ข่าวลือต่างๆ และความลำบากใจในการทำงานร่วมกัน เป็นต้น

แต่ใช่ว่าเรื่องนี้จะมีแต่ข้อเสีย หากมองอีกมุมก็มีข้อดีเหมือนกัน อย่างน้อยที่สุด องค์กรจะมีพนักงานที่มีความสุขในการมาทำงาน เมื่อมีความสุขปัญหาต่างๆ ก็น่าจะน้อยลง ผลผลิตจากการทำงานก็จะเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากนี้เมื่อทั้งสองคนทำงานด้วยกัน มีความเข้าใจในปัญหาขององค์กรเหมือนๆ กัน ก็หวังว่าเมื่อมีปัญหาจะสามารถหันหน้าเข้าปรึกษาหารือกันได้

สุดท้ายการอยู่ด้วยกันในองค์กรเดียวกันจะช่วยประหยัดทรัพยากรให้กับตนเองและประเทศชาติ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องใช้รถสองคัน ไม่ว่าเป็นรถส่วนตัวหรือแท๊กซี่ และไม่ต้องเปลืองที่จอดรถสองที่ เป็นต้น

ปัจจุบันองค์กรใหญ่ๆ ระดับสากลหลายแห่ง ไม่ได้มีกฎห้ามพนักงานเป็นแฟนหรือแต่งงานกัน เว้นแต่ในตำแหน่งที่อาจมีความเสี่ยง ก็จะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปรับเปลี่ยนงานหรือโยกย้ายแผนก ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการทุจริตและคำครหานินทา

ส่วนการจะตัดสินใจว่าองค์กรควรมีกฎข้อนี้หรือไม่ คงไม่สามารถตอบได้เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เอาเป็นว่าหากตัดสินใจที่จะกำหนดกฎกติกาในเรื่องนี้ ก็ต้องสื่อสารให้ชัดเจนพร้อมทั้งเหตุผลและคำอธิบาย

แต่อย่าหมายว่าการมีกฎกติกา จะแก้และป้องกันปัญหาได้ทั้งหมด

ยังไงการระวังป้องกันและการปลูกจิตสำนึกที่ถูกต้อง ก็ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นกับทุกๆ องค์กร

 
 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
ติดตามข้อคิดในการบริหารจัดการเพิ่มเติมได้ที่ twitter@apiwutp
www..facebook.com/OrchidSlingshot