คำชมเชยที่มีประสิทธิภาพ

ต้องยอมรับว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่ไม่ค่อยให้คำชมเชยกันเท่าไรนัก มีงานวัจัยหลายชิ้นจากหลายสถาบัน ยืนยันตรงกันว่าคนไทยใช้คำพูดกับคนใกล้ตัวแย่กว่าพูดกับคนไกลตัว โดยเฉพาะกับคนที่อยูุ่ด้วยกันนาน ๆ จนคุ้นเคยแล้ว เหตุผลหนึ่งเพราะเราเข้าใจว่าสนิทกันแปลว่าไม่ต้องระมัดระวังคำพูด ถือว่าเป็นคนกันเอง ตัวอย่างเช่น เราพูดกับพี่น้องของเรา พูดกับพ่อแม่ของเรา พูดกับสามีหรือภรรยาของเรา แย่กว่าเราพูดกับลูกค้าหรือคนอื่นที่เราไม่รู้จัก

ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งมาจาการที่เรามักถูกสอนเสมอ ๆ ว่า การชมจะทำให้คนเหลิง ทำให้คนประมาทในการทำงานหรือจะเป็นการทำให้คนไม่พัฒนาตนเองให้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงนั้น การชมที่ทำแต่พอดีและอย่างเหมาะสม ให้ผลที่ดีกว่าการไม่ชมหรือการไม่พูดอะไรเลย

ก่อนที่เราจะไปสู่วิธีการชมเชยที่มีประสิทธิภาพ ลองมาดูกันว่าข้อดีของการชมเชยมีอะไรบ้าง เผื่อคุณจะเปลี่ยนใจมาชมพนักงานหรือคนรอบๆข้างของคุณบ้าง อย่างแรกเลยที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือการชมเชยทำให้คนที่ถูกชมรู้สึกดี รู้สึกมีกำลังใจที่จะทำงานหรือทำดีต่อไป รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมาถูกทางแล้ว และจะได้ต่อยอดไปได้อีกโดยไม่ต้องมาพะวงว่าทำถูกหรือไม่ และที่สำคัญจะได้รู้ว่า “ทำดีมีคนเห็น”

ส่วนวิธีการนั้น... บางคนอาจมองว่าไม่เห็นมีอะไรยาก ก็แค่พูดออกไป แต่อย่าลืมว่า คนที่ไม่เคยชมใครมาก่อน อยู่ๆ มาชมอาจจะรู้สึกเคอะเขิน อย่างไรก็ดีการชมเชยเป็นสิ่งที่ดี จงอย่ากลัวที่จะชม ผมยอมรับว่ามันอาจจะออกอาการเขินบ้างในช่วงแรก แต่ทำไปทำไป ก็จะกลายเป็นสิ่งดีๆที่จะติดตัวเราต่อไปในอนาคต

การชมเชยนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการชมเชยอย่างจริงใจ เป็นการชมเชยในการกระทำที่ควรได้รับการชมเชยจริงๆ อย่าชมเพียงเพราะต้องชม ไม่มีความจริงใจที่จะชมเชย ดังนั้นจงชมจากส่วนลึกของหัวใจ ที่คุณคิดว่าเขาทำได้ดีจริงๆ

ถัดมาคือ การชมเชยทันทีเมื่อทำดี อย่าปล่อยให้เหตุการณ์ผ่านไปนาน เพราะจะลืมในสิ่งที่ได้ทำไป

จงชมเชยในที่สาธารณะ แน่นอนว่า การติติงเป็นสิ่งที่ควรทำในที่รโหฐาน ส่วนการชมเชยควรทำในที่สาธารณะ ให้คนอื่นได้รับรู้ถึงสิ่งดีๆที่เขาได้ทำ เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับผู้อื่นนำไปปฏิบัติตาม

จงระบุให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดี บ่อยครั้ง เรามักจะได้ยินคำชมเชยแบบกว้าง ๆ เช่น ดีมาก ใช้ได้ หรือ Good Job, Excellent เป็นต้น คำชมเชยเหล่านี้กว้างเกินไป คนฟังไม่รู้ว่าพูดถึงเรื่องอะไร การชมที่ดีควรระบุให้ชัดเจนว่าชมเชยเรื่องอะไร เช่นพูดว่า “พี่ขอชมเชยที่เธอทำงานได้ละเอียดถูกต้องและส่งงานตามเวลาโดยไม่ต้องให้ตาม” ดีกว่าพูดว่า “ดีมาก พี่ขอชมเชย”

อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึงเวลาชมเชย คือการคิดถึงคนที่ได้รับคำชม โดยมากคนไทยเป็นคนขี้อาย การชมเชยในสาธารณะที่มีคนจำนวนมาก อาจจะทำให้เขารู้สึกอายและประหม่าได้ โดยเฉพาะกับคนที่ขี้อายมากๆแล้วอาจต้องชมเชยกันภายในหน่วยงานหรือในกลุ่มย่อย ๆ แทน ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงบุคคลแต่ละคนโดยดูตามความเหมาะสมด้วย

สุดท้ายคือเรื่องของคำชมที่พอดีกับความสำเร็จ คำชมที่มากจนเกินไปอาจจะทำให้คนที่ได้รับคำชมรู้สึกถึงความไม่จริงใจของคนพูด ในขณะที่ผู้ฟังคนอื่นก็อาจรู้สึกหมั่นไส้คนที่ได้รับคำชม ดังนั้นจงชมแต่พองาม โดยมองจากผลงานที่ออกมา เช่นถ้ามีผลกระทบกับคนจำนวนไม่มากนัก อาจจะชมกันเองภายในหมู่คนทำงานด้วยกัน แต่ถ้าผลงานที่ออกมาเป็นสิ่งที่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง อาจต้องชมหรือประกาศให้คนหมู่มากได้รับทราบ

คงไม่ยากจนเกินไป ปีใหม่แล้วลองทำสิ่งดีๆใหม่ๆกันดู เริ่มจากการชมเชยคนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณดู แล้วจะพบว่าคำชมให้คุณมากกว่าที่คิด....สวัสดีปีใหม่ครับ
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com