การสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์

ต้องยอมรับว่าในตอนนี้โลกที่เราอยู่นั้นได้วิวัฒนาการมาสู่โลกของการเป็นดิจิตัลกันมากขึ้น จึงทำให้การคัดสรรคนมาทำงานก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นคนในพื้นที่หรือคนในประเทศอีกต่อไป ปัจจุบันการสื่อสารมีความก้าวหน้ามากขึ้น เช่นเดียวกันกับวิธีการคัดสรรคนเข้ามาทำงาน ซึ่งหนึ่งในวิธีคัดสรรคนในปัจจุบันที่ได้นำเอาเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้คือ การสัมภาษณ์งาน

ในอดีต การสัมภาษณ์งานหมายถึงการที่ผู้สมัครต้องเข้ามาที่บริษัทเพื่อทำการสัมภาษณ์กับผู้บริหารขององค์กร แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้การสัมภาษณ์งาน ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้นอีกต่อไป การสัมภาษณ์งานผ่านทางโทรศัพท์หรือทางอินเตอร์ เป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะถ้าผู้สมัครอยู่ในสถานที่ที่ไม่สามารถมาที่บริษัทได้อย่างสะดวกนัก

เช่นเดียวกันกับคุณสมศรีที่เขียนอีเมลมาถามผม เกี่ยวกับการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์ คุณสมศรีเป็นคนเชียงใหม่ที่ต้องการมาทำงานในกรุงเทพ ซึ่งบริษัทที่คุณสมศรีได้สมัครงานไป ได้โทรมาแจ้งและนัดการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในเร็ววันนี้ คุณสมศรีถามว่า เขาควรจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

สำหรับการสัมภาษณ์งานทางโทรศัพท์แล้ว ผมมีข้อแนะนำบางอย่างให้คุณได้เตรียมตัวก่อนการสัมภาษณ์จริง
1.    รู้ในสิ่งที่พูด – ก่อนการสัมภาษณ์ คุณต้องแน่ใจก่อนว่า จดหมายและประวัติที่คุณส่งไปให้เขานั้น อยู่ในมือของคุณเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการอ้างอิง ทั้งนี้รวมไปถึงเอกสารประกาศรับสมัครงานหรือเอกสารที่อธิบายถึงลักษณะงานที่คุณได้สมัครไป และถ้าเป็นไปได้จงเตรียมตัวและหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณได้สมัครงานไป ซึ่งรวมไปถึงบุคคลที่คุณกำลังจะสัมภาษณ์งานด้วย เตรียมคำถามที่คุณต้องการจะถาม และที่สำคัญคุณต้องมีกระดาษและปากกาเตรียมพร้อมไว้อยู่ในมือตอนที่สัมภาษณ์

2.    เตรียมคำตอบสำหรับคำถาม – เตรียมตัวโดยการคาดเดาไว้ล่วงหน้าว่า เขาจะถามเราเรื่องอะไรบ้าง ทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับงานและองค์กรที่กำลังจะสัมภาษณ์ เตรียมคำตอบให้พร้อม เช่นคำถามที่ว่า คุณมีจุดแข็งอะไรที่จะมาช่วยองค์กรได้บ้าง แล้วจุดอ่อนของคุณคืออะไร คิดคำถามไว้ล่วงหน้าและเตรียมคำตอบไว้ให้พร้อม คุณอาจจะลองขอความช่วยเหลือในการเตรียมตัวกับเพื่อนของคุณก็ได้

3.    ระวังการใช้ภาษา – อย่างที่เขาว่าไว้ว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล” เมื่อไม่มีกิริยาให้เห็นในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ผู้สัมภาษณ์ก็จะดูจากการใช้ภาษาของคุณเป็นหลัก ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการพูดให้ช้าและชัดเข้าไว้ โปรดจำไว้เสมอว่า สิ่งที่ผู้สัมภาษณ์จะตัดสินคุณจากการพูดและการตอบคำถามเป็นหลัก พยายามใช้คำว่า อืม... อา... เอ่อ... ให้น้อยที่สุด พยายามอย่าใช้ภาษาที่เป็นภาษาท้องถิ่น คำแสลง และภาษาที่ไม่เป็นทางการ

4.    คิดก่อนที่จะพูด – จงใช้เวลาเท่าที่จำเป็นในการตอบคำถามให้ครบถ้วน อย่าพยายามที่จะแทรกหรือพยายามตอบคำถามในระหว่างที่ผู้สัมภาษณ์พูดอยู่ เพราะนั่นอาจจะทำให้คุณพลาดที่จะเข้าใจคำถามทั้งหมด ในขณะเดียวกันถ้าผู้สัมภาษณ์โทรมาในขณะที่คุณไม่สะดวก เช่นอยู่ในสถานที่ทำงาน หรือในสถานที่ที่มีเสียงดังมาก จงขอนัดเวลาสัมภาษณ์อีกครั้ง ในเวลาที่ทั้งคุณและผู้สัมภาษณ์สะดวก

5.    ถามเพื่อขอสัมภาษณ์แบบพบหน้าต่อไป – ถ้าคุณคิดว่า การสัมภาษณ์ในครั้งนี้ น่าจะมีผลตอบรับที่ดีจงมั่นใจในตนเองและถามเขาไปตรงๆเลยว่า “จะเป็นไปได้ไหมค่ะ/ครับ ถ้าเราจะพบกันและสัมภาษณ์กันต่อแบบเห็นตัว ผม/ดิฉันอยากที่มีโอกาสได้พบกับคุณ” ถ้าผู้สัมภาษณ์ตอบว่า ไม่ หรือเฉไฉไปพูดเรื่องอื่น คุณต้องพยายามทำเข้าใจว่า ในขั้นตอนต่อไป คุณจะต้องทำอะไร เช่นอาจจะถามว่า “ถ้าทางบริษัทต้องการจะพบตัวดิฉัน/ผม ทางบริษัทจะติดต่อมาทางโทรศัพท์หรือทางอีเมลค่ะ/ครับ” หรือ “ถ้าดิฉัน/ผมไม่ได้รับการคัดเลือก จะมีการแจ้งผลมาให้ทราบไหมค่ะ/ครับ” จงใช้เวลาในการปิดการสนทนาให้ดี ชี้ให้เขาเห็นถึงความสามารถของคุณเกี่ยวกับการสื่อสาร นอกจากนี้การที่คุณเข้าใจถึงขั้นตอนต่อไปของการสัมภาษณ์จะทำให้คุณไม่เครียด และนอนหลับได้อย่างเต็มที่

แม้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรือทางอินเตอร์เน็ทยังเป็นสิ่งใหม่มากสำหรับคนไทยเรา แต่ผมบอกได้เลยว่า มันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับบริษัทข้ามชาติใหญ่ ๆ ซึ่งถ้าคุณต้องการทำงานให้กับองค์กรของต่างประเทศ หรือหางานทำในต่างประเทศ คุณต้องเตรียมใจสำหรับการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ทไว้เช่นกัน

สุดท้าย ผมขออวยพรให้คุณสมศรีโชคดีในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ครับ...
 
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com