การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้นในองค์กร

ระยะนี้ ดึกๆ มักได้ยินเสียงเชียร์หรือโห่ฮาจากนอกบ้านเป็นระยะๆ...ใช่แล้วครับเพราะช่วงนี้เป็นเวลาของการแข่งขันฟุตบอลในลีกต่างๆ ของทวีปยุโรป 

ด้วยความที่ทำงานเป็นที่ปรึกษามานานและมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาบุคลากรให้ประสบความสำเร็จ จึงทำให้อดคิดถึงผู้ที่ทำหน้าที่คล้ายกันในสนามกีฬาเหล่านั้นไม่ได้

คนที่พูดถึงนี้คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก “โค้ช” คนเก่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาหลายๆ คน

ต้องยอมรับว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องใช้ผู้เล่นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละคนก็มีหน้าที่แตกต่างกันออกไป บางคนทำหน้าที่ในการรุก บางคนทำหน้าที่ในการรับ บางคนทำหน้าที่ในการพังประตู ในขณะที่บางคนทำหน้าที่ป้องกันประตู เป็นต้น

แต่ละหน้าที่มีแนวทางในการเล่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้นโค้ชที่มาช่วยฝึกสอนทักษะต่างๆ ให้กับนักกีฬา จึงต้องมีหลากหลายซึ่งแต่ละคนต่างก็ทำหน้าที่ตามความถนัดและความชำนาญเฉพาะด้านของเขา

เมื่อหันมาดูโลกธุรกิจก็พบว่าไม่ต่างอะไรกับโลกของกีฬา เพราะองค์กรต่างๆ ก็มีผู้เล่นเป็นพนักงานจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน รวมทั้งมีเป้าหมายที่คล้ายคลึงกันคือทั้งทีมฟุตบอลและธุรกิจต่างมุ่งเน้นไปสู่การมีชัยชนะที่เหนือคู่แข่งและการบรรลุเป้าประสงค์ที่ทีมและองค์กรวางไว้

แนวทางในการไปให้ถึงเป้าหมายก็คล้ายกัน ทั้งทีมฟุตบอลและองค์กรธุรกิจต่างมุ่งเน้นที่จะพัฒนาบุคลากรของตนให้มีทักษะและความสามารถที่สูงขึ้น มองหาจุดแข็งของผู้เล่นแต่ละคน แล้วเลือกใช้จุดเด่นนั้นให้เป็นประโยชน์

จากการศึกษาของ The Institute for Corporate Productivity (i4cp) พบว่าองค์กรที่มีการโค้ชเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร จะประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจมากกว่าองค์กรที่ไม่ได้ใช้การโค้ชในการพัฒนาบุคคลากรอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบันนี้องค์กรต่างๆ ในประเทศไทยก็หันมาให้ความสำคัญกับเรื่องของการโค้ช (Coaching) และการสร้างวัฒนธรรมการโค้ช (Coaching Culture) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในหนังสือชื่อ “Making Coaching Work : Creating a Coaching Culture” โดย David Clutterbuck และ David Megginson ระบุว่า "การโค้ชเป็นรูปแบบการบริหารที่โดดเด่นรูปแบบหนึ่งและเป็นวัฒนธรรมสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงการประสบความสำเร็จทั้งในเชิงธุรกิจและในเชิงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่ต้องดำเนินไปคู่กัน จะขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้”

ในบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ได้แนะนำไว้ด้วยว่าหากองค์กรต้องการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้น จำเป็นต้องดำเนินดังต่อไปนี้

  • กำหนดให้หน้าที่ในการพัฒนาคนเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบหลักของหัวหน้างานทุกระดับชั้น
  • มีขั้นตอน กฎเกณฑ์และกระบวนการที่ชัดเจนในการพัฒนาคนและมีการติดตามประเมินผลรวมทั้งมีการวัดความสำเร็จอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
  • กำหนดให้การพัฒนาตนเองและพัฒนาผู้อื่น เป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดผลงาน (KPI) และนำไปรวมไว้เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผล การจ่ายค่าตอบแทนและการให้รางวั
  • การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากผู้บริหารระดับสูงต้องมีความมุ่งมั่น (Commitment) ที่จะผลักดันให้วัฒนธรรมแบบนี้เกิดขึ้นและที่สำคัญต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เห็นอย่างชัดเจน สม่ำเสมอ
  • มีการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาเป็นรายบุคคล (Individual Development Plan - IDP) มีการติดตามความคืบหน้าเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดให้การพัฒนานี้เป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างหัวหน้างานโดยตรงและตัวพนักงานเอง โดยมีหน่วยงาน HR เป็นฝ่ายสนับสนุนและอำนวยความสะดวก
     

นอกจากนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีโอกาสอ่านรายงานสรุปผลการสำรวจความคิดเห็นของ สมาพันธ์โค้ชนานาชาติ-International Coach Federation (ICF) ฉบับล่าสุด พบว่าองค์กรส่วนใหญ่ในทุกๆ ทวีปทั่วโลก เลือกใช้โค้ชจากภายนอก (External Coach) และพยายามสร้างโค้ชภายใน (Internal Coach) ควบคู่กันไป เพราะโค้ชจากภายนอกและโค้ชภายในต่างมีข้อดีข้อเสียบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น โค้ชจากภายนอกมักได้รับความไว้วางใจในการเปิดเผยข้อมูลจากพนักงานมากกว่าโค้ชภายในองค์กร โค้ชจากภายนอกมีประสบการณ์ด้านการโค้ชที่หลากหลายจึงช่วยเพิ่มมุมมองให้กับบุคลากรในองค์กร แต่มีข้อเสียคือค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นองค์กรส่วนใหญ่จึงจำกัดการใช้โค้ชจากภายนอกเฉพาะผู้บริหารระดับสูงและพนักงานดาวเด่(High Potential หรือ Talents) เท่านั้น

ในขณะที่โค้ชภายในมีข้อดีคือเข้าใจบริบทในการทำงานและเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรมากกว่า พนักงานเข้าถึงได้ง่ายกว่าและที่สำคัญมีต้นทุนถูกกว่าเพราะเป็นพนักงานอยู่แล้วไม่ต้องจ่ายค่าโค้ชเพิ่มเติม แต่มีข้อเสียคือนอกจากเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจแล้ว โค้ชภายในมักถูกมองว่ามีความชำนาญในด้านการโค้ชสู้โค้ชภายนอกไม่ได้ ซึ่งประเด็นนี้สอดคล้องกับผลการสำรวจล่าสุดของ ic4p ที่พบว่าพนักงานมากกว่า 50% ของบริษัทที่เข้าร่วมสำรวจและตอบแบบสอบถามมองว่า “หัวหน้าโดยตรงที่ทำหน้าที่เป็นโค้ช ไม่มีประสิทธิภาพในการโค้ชที่ดีเพียงพอ”

ดังนั้นการพัฒนาทักษะและความรู้ความสามารถของโค้ชภายในจึงเป็นประเด็นที่ท้าทายขององค์กรที่ต้องการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชให้เกิดขึ้นและอยากเห็นความสำเร็จที่ยั่งยืนซึ่งประกอบไปด้วยความสำเร็จในเชิงธุรกิจและความสำเร็จในการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร

หนึ่งแนวทางในการพัฒนาทักษะการโค้ชให้ได้ผล ไม่ใช่การส่งไปเรียนหรืออบรมในห้องเท่านั้น แต่เป็นการให้โค้ชภายในได้มีโอกาสฝึกฝนและได้รับข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) อย่างสม่ำเสมอ 

ระยะหลังๆ มานี้หลายๆ องค์กรจึงจ้างโค้ชจากภายนอกไปทำหน้าที่ช่วยสร้างโค้ชภายใน ที่พวกเราเรียกกันง่ายๆ ว่าเป็นการ “Coach the Coach” ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยทีเดียวเพราะในระยะยาวองค์กรจะได้ค่อยๆ พึ่งพิงโค้ชจากภายนอกน้อยลง ต่อไปก็เรียกใช้เท่าที่จำเป็น เฉพาะกับบุคคลที่เหมาะสมเท่านั้

ลองดูครับ นี่อาจเป็นอีกวิธีที่จะช่วยสร้างความสำเร็จให้กับท่านและองค์กรได้ไม่ยาก

 
 
SME Thailand เดือนมกราคม 2557