การรักษาพนักงานไว้กับองค์กร

 

หลายองค์กรที่มีโอกาสเข้าไปให้คำปรึกษาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาเหล่านั้นล้วนมีปัญหาที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือการรักษาคนเก่งคนดีให้อยู่กับองค์กรไปนาน ๆ 

ถึงแม้ปัญหาจะเหมือนกันแต่รายละเอียดกลับต่างกันไปในแต่ละองค์กร วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือการหาสาเหตุของปัญหาให้เจอก่อน

แนวทาง 3 อย่างที่องค์กรควรทำ คือ สำรวจความพึงพอใจของพนักงาน (Employee Satisfaction Survey) เพื่อวัดดูระดับความสุขของพนักงานที่ยังอยู่ สำรวจความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Survey) เพื่อประเมินว่ามีใครที่เริ่มคิดจะจากไปบ้างหรือยัง และ สอบถามสาเหตุที่ลาออก (Exit Interview) เพื่อค้นหาเหตุผลจากที่คนตัดสินใจจากไปแล้ว

ผลจากการสำรวจและสอบถามมักพบว่าต้นตอของปัญหาส่วนใหญ่มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการคือปัจจัยดึงจากภายนอกองค์กร (Pull Factor) เช่น การถูกซื้อตัว เพื่อนที่ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ชักชวน เป็นต้น ปัจจัยนี้ควบคุมได้ยาก โอกาสที่จะหาทางป้องกันให้ได้ผลมีน้อย หากองค์กรสูญเสียพนักงานเก่งๆ ไป เพราะถูกซื้อตัวหรือถูกดึงจากภายนอก ก็คงทำอะไรได้ไม่มากนอกจาก “ทำใจ” แต่ปกติหากแรงดึงจากภายนอกไม่มากพอและไม่มีปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งเสริมแรง - คือปัจจัยดันจากภายในองค์กร (Push Factor) - พนักงานมักไม่ลาออกทันที ที่ถูกดึง

องค์กรควรให้ความสำคัญและสนใจกับปัจจัยดันภายในองค์กรมากกว่า เพราะเป็นส่ิงที่ควบคุมและบริหารจัดการได้

ที่ผ่านมาพบว่าปัจจัยดันจากภายในองค์กร มีต้นตอมาจากประเด็นต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ความไม่ยุติธรรม หมายถึงการแบ่งก๊กแบ่งเหล่า เล่นพรรคเล่นพวก มีเด็กของคนนั้น พวกของคนนี้ ในองค์กร ซึ่งส่งให้พนักงานบางกลุ่มได้รับอภิสิทธิมากกว่าบางกลุ่ม

2. ผลตอบแทนไม่เหมาะสมกับความรับผิดชอบ ซึ่งในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่เงินเดือนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโบนัสและสวัสดิการต่าง ๆ ด้วย ผลตอบแทนที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับงานที่ทำและกับองค์กรอื่น ๆ ทำให้คนตัดสินใจลาออกได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีฝีมือ

3. ความคาดหวังที่ไม่ชัดเจน หากพนักงานไม่รู้ว่าเป้าหมายในการทำงานของตนคืออะไร องค์กรคาดหวังอะไรในตัวเขา งานที่ทำมีความสำคัญและมีส่วนส่งเสริมเป้าหมายใหญ่ขององค์กรได้อย่างไร ก็ทำให้ความรู้สึกผูกพันกับองค์กรลดต่ำลง

4. มองไม่เห็นโอกาสในความก้าวหน้า การที่พนักงานมองไม่เห็นหนทางที่จะเติบโตต่อไปในหน้าที่การงานของตนเอง เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนลาออก ทั้งนี้เพราะพนักงานส่วนใหญ่เข้าใจว่าความก้าวหน้าหมายถึงการเติบโตในแนวดิ่งเท่านั้น (การเติบโตตามสายงาน เช่น พนักงานขายก็คิดว่าการเติบโตคือการได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย เป็นต้น) แต่พวกเขาลืมคิดไปว่าความก้าวหน้ายังหมายถึงการเติบโตแนวราบ (การได้รับผิดชอบงานในขอบเขตที่กว้างขึึ้นกว่าเดิม) หรือการเติบโตแนวทะแยง (การเติมโตข้ามสายงาน) ก็ได้ด้วย

5. ขาดการสื่อสารที่ดี หมายถึงบรรยากาศขององค์กรที่ไม่ค่อยมีการพูดคุยกัน พนักงานไม่ค่อยรับรู้ข่าวคราวอะไรหรือถ้ารู้ก็รู้มาจากคนอื่นภายนอกองค์กรเสียเป็นส่วนใหญ่ ในองค์กรเต็มไปด้วยข่าวลือที่สร้างความอึมครึมและบรรยากาศในเชิงลบ

6. การไม่รับฟังความคิดเห็น หากหัวหน้างานหรือผู้บริหารในองค์กร ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของพนักงานหรือเลือกฟังแต่สิ่งที่อยากฟัง ย่อมทำให้บรรยากาศภายในองค์กรค่อนข้างเคร่งเครียด พนักงานต้องระมัดระวังที่จะพูดหรือไม่พูดอะไร เพราะเกรงว่าจะไม่ถูกใจผู้บริหารหรือไม่ก็อาจรู้สึกว่าพูดไปก็ป่วยกาล ...นิ่งเสียตำลึงทอง ... แบบนี้ก็ทำให้คนลาออกได้เหมือนกัน

7. ความเครียด ความกดดันในการทำงานที่มากเกินไป หลายๆ องค์กรให้ความสำคัญกับความสำเร็จในเชิงตัวเลขและเป้าหมายเพียงอย่างเดียว โดยลืมคิดไปว่าพนักงานไม่ใช่เครื่องจักรที่ต้องการแต่ไฟฟ้าหรือนำ้มันในการทำงาน พวกเขาต้องการความเป็นคน ซึ่งมีชีวิตจิตใจ อยากได้ความรักความเข้าใจและการเอาใจใส่มากกว่าแค่ให้เงินและทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมายเท่านั้น

8. ความเข้มงวดในระเบียบมากจนเกินไป กฎกติกาเป็นส่ิงจำเป็นในการอยู่ร่วมกัน แต่การเข้มงวดในกฎระเบียบที่หยุมหยิมจนเกินไป กลับทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง องค์กรจะมีแต่บรรยากาศการจับผิดตลอดเวลา

9. ไม่มีการพัฒนาให้ความรู้ พนักงานหลายคนโดยเฉพาะคนเก่งๆ ที่มีศักยภาพ มักทำงานเพราะหวังอยากได้เรียนรู้ด้วย หากองค์กรไม่มีการส่งเสริมเรื่องการพัฒนาความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง ก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พนักงานบางคน ตัดสินใจไปหาที่ทำงานใหม่ที่คิดว่าจะมีโอกาสได้รับการพัฒนามากขึ้น

ลองสำรวจในองค์กรดูซิครับว่าปัญหาเหล่านี้ เร่ิมก่อตัวขึ้นบ้างหรือยัง หากพบแต่เนินๆ และรีบจัดการซะก่อน ก็จะช่วยลดปัจจัยดันภายในองค์กรลงอย่างได้ผล

อย่างคำโบราณว่า ยังจริงเสมอในทุกยุคทุกสมัย “กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทัน”

 

 

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
ติดตามเกร็ดความรู้ในการบริหารได้ที่ twitter@apiwutp