สัปดาห์ที่ผ่านมา เราคุยกันเรื่อง

การจดบันทึก  ” ที่คนไทยได้แรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตรอันงดงามของสมเด็จพระเทพรัตน์

ที่ทรงศึกษาสรรพสิ่ง สลับกับทรงจดบันทึกอย่างสนพระราชหฤทัย อันเป็นภาพที่พสกนิกรชาวไทยเจนตา และเจนใจนัก ทั้งนี้ ประโยชน์ของการจดโน้ตมีมากมาย อาทิ เพิ่มสมาธิในการฟังเพิ่มความเข้าใจเพิ่มความจดจำใช้เป็นแหล่งสืบค้น ฯลฯ

นอกจากนั้น ผู้ที่จดบันทึกอย่างตั้งใจ ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดียิ่งของผู้นั้นอาทิมืออาชีพที่ใส่ใจจดประเด็นที่มีผู้นำเสนอในที่ประชุมกำลังส่งสัญญาณให้คนรอบข้างเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า เขาฟัง เขาสนใจ เขาให้เกียรติผู้นำเสนอ

อย่างไรก็ดี แม้จะมีประโยชน์มากมายแต่ก็ไม่มีการฝึกสอนเรื่องวิธีจดบันทึกเป็นเรื่องเป็นราวต่างเอาความถนัดเข้าว่า

ดังนั้น วันนี้เรามาลองไล่เรียงดูว่าข้อแนะนำเรื่องวิธีการจดบันทึกดีๆ มีอะไรบ้างค่ะ

อุปกรณ์สิ่งที่ท่านผู้อ่านถนัดจัดว่าดีทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ไฮเทคทันสมัย หรือใช้แค่สมุดกระดาษกับปากกาหรือดินสอ

แต่ขออย่างเดียวว่ากรุณาจดไว้ในที่เดียวกันจะได้ใช้มันได้อย่างมีระบบพลิกหาข้อมูลได้ไม่ล่องหนหาย กลายเป็นถุงกล้วยแขก

รูปแบบ

การจดบันทึกเป็นระบบจะช่วยให้ใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะยามที่ต้องค้นหาหรือทบทวน

รูปแบบของการจดบันทึก มี 2 แนวทางหลักคือ

Linear : การจดเป็นลำดับ เป็นขั้นตอน ไล่เรียงเป็นประเด็นตามลำดับที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย

Non-linear : ไม่เป็นลำดับ อาทิ การจดเป็นสัญลักษณ์ เป็นรูปภาพ ใช้เครื่องหมายตลอดจนใช้สีสันประกอบ เพื่อช่วยย้ำให้จดจำได้

วิธี Non - linear หนึ่งที่ได้รับการยอมรับเป็นที่กว้างขวาง คือ Mind Map เช่นเคย เอาที่สบายใจแถมใช้ทั้ง 2 ระบบผสมกันได้ ไม่ว่ากันค่ะ

อีกหนึ่งระบบ ที่มีชื่อเสียงได้รับการยอมรับเรียกว่าระบบ Cornell Note - Taking System ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง Cornell สหรัฐอเมริกา

หลักสำคัญ คือ การแบ่งหน้ากระดาษออกเป็น 2 ส่วน ส่วนขวาเอาไว้จดบันทึกก่อน

ส่วนซ้าย ไว้สรุปประเด็นหลัก หรือเขียนประเด็นคำถามสำคัญที่โยงใยกับเนื้อเรื่องแต่ละส่วนที่บันทึกไว้ทางขวา

สำหรับนักศึกษา ยามทบทวนบทเรียน จะใช้กระดาษปิดฝั่งขวาไว้เห็นแค่ประเด็นและคำถามฝั่งซ้าย แล้วทดลองตอบ หรือขยายความเพื่อทบทวน ก่อนเปิดดูเฉลยที่บันทึกไว้ในฝั่งขวานั่นเอง

แนะนำเพิ่มเติมว่า อย่าลืมใส่หัวเรื่อง วัน และเวลา จะได้ง่ายในการค้นหาในอนาคตวงการการศึกษา ยอมรับว่าระบบง่ายๆนี้ของ Cornell ช่วยให้นักศึกษาจดจำและเข้าใจบทเรียนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง ยามดิฉันประยุกต์ใช้ระบบนี้ในการบันทึกเนื้องานจะเพิ่มสัญลักษณ์กำกับแต่ละส่วนของเนื้อหาที่จดในฝั่งขวาเพื่อเตือนความจำ อาทิ

สำคัญ น่าสนใจ ? น่าสนใจ ต้องศึกษา หาข้อมูลต่อต้องดำเนินการ เมื่อบันทึกเสร็จ จะได้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ยามดำเนินการแล้วก็ทำเครื่องหมายถูกกำกับไว้ในแต่ละข้อ ให้ดีใจว่าได้ทำแล้ว

แถมยามค้นหา สัญลักษณ์ก็ช่วยให้ตาไม่ลาย หาประเด็นง่าย ไม่ว่าเวลาผ่านไปนับเดือนหรือปี เสมือนมีเครื่องมือ “ ย้อนเวลา  ”  หาอดีตค่ะ

 




บทความโดย: พอใจ พุกกะคุปต์

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 8 พฤษภาคม 2560