กรุงเทพธุรกิจ 14 ธันวาคม 2557 : กระดาษกับปากกา


ใกล้ปีใหม่แล้ว ใครยังหาของขวัญกันอยู่ ผมแนะนำ “กระดาษกับปากกา” ที่พกพาได้สะดวกสักชุดครับ

เร็วๆนี้ ผมมีโอกาสได้ไปร่วมงานประจำปีขององค์กรใหญ่แห่งหนึ่ง ผู้ฟังหลายคนถามว่าจะพัฒนาสมองให้ดีที่สุดควรทำอย่างไร คำแนะนำทางวิทยาศาสตร์มีหลากหลาย นอนให้พอ กินข้าวเช้า ออกกำลัง ตั้งเป้าหมาย หมั่นเรียนรู้ อย่าเครียด ฯลฯ

หากสิ่งที่พัฒนาสมอง ‘และ’ มีประโยชน์โดยตรงกับการทำงาน/องค์กรของเราคือ การ ‘ฝึกเขียนความคิดออกมา’

การเขียนมีประโยชน์กับสมองอย่างไร?

1) ความคิดใหม่ของมนุษย์เหมือนปลาที่กระโดดขึ้นจากน้ำ หากคุณไม่ฉวยโอกาสเก็บเกี่ยวมันไว้ สิ่งที่สมองคุณคิดได้ ณ เวลานั้นจะลอยหายไป พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง ยกตัวอย่างเปรียบเทียบไว้ดีมากๆ แกเล่าถึงเด็กชายคนหนึ่งที่ขอของขวัญวันเกิดจากพ่อเป็นตั๋วเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลของทีมในดวงใจ จบเกมอุตส่าห์ไปแย่งเข้าคิวเพื่อขอลายเซ็นนักเตะแต่ก็ไม่สำเร็จ ระหว่างเดินไปขึ้นรถจะกลับบ้านเผอิญเจอดาวยิงคนนั้นกำลังก้าวขึ้นรถ เด็กชายวิ่งเต็มฝีเท้าก่อนที่ประตูจะปิด ทว่าโชคร้ายอะไรเช่นนั้น แม้ในมือมีกระดาษที่กำไว้จนยู่ยี่แต่ในกระเป๋าเขาไม่มีปากกาสักด้ามเดียว ฮีโร่ของเขายิ้มให้อย่างเห็นใจ ก่อนกล่าวสั้นๆว่า “ไว้คราวหน้าแล้วกันนะ” แต่โอกาสนั้นไม่เคยหวนมาอีกเลย ความคิดใหม่ๆของคุณก็เช่นเดียวกัน

2) สร้างนิสัยการสื่อสารที่ดี – สำหรับสมองคารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง ภาษาเป็นสิ่งที่พิเศษมากสำหรับสมองมนุษย์ นักวิจัยค้นพบสมองส่วนภาษา Broca’s Area จากความผิดปกติของคนไข้คนหนึ่งชื่อว่า “ทัน” (ผมจำแม่นเพราะชื่อเหมือนกัน) สาเหตุที่ชื่อนี้เพราะทั้งชีวิตพูดได้คำเดียวคือ “ทัน ทัน ทัน” ภาษาเป็นตัวเชื่อมให้เราสามารถสื่อสารกับคนอื่นและสื่อสารกับสมองตัวเองได้ ในการเป็นผู้นำที่ดี การเรียบเรียงสิ่งที่อยากพูดออกมาในกระดาษก่อนจะช่วยให้เรามีโอกาส ‘ฟัง’ สิ่งที่คนอื่นจะได้ยิน และการเขียนสิ่งที่กำลังรู้สึกเป็นการช่วยให้สมองมีโอกาส ‘เห็น’ สิ่งที่เราอยากบอกมัน หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีโจทย์ด้านการสื่อสาร ลองเริ่มเทคนิคง่ายๆด้วยการฝึกเขียนก่อนพูดสิครับ

3) ฝึกนิสัยให้ทบทวน – Metacognition คือความสามารถในการคิดถึงความคิดของตนเอง เป็นสิ่งที่ทำให้สมองมนุษย์พิเศษเหนือสัตว์ใด จงใช้ประโยชน์จากพรสวรรค์นี้ด้วยการฝึกนิสัยทบทวนความคิดให้สมองของคุณ หนังสือเรื่อง Accidental Genius: Using Writing to Generate Your Best Ideas, Insight, and Content ผู้เขียน Mark Levy แชร์ประโยชน์มากมายจากการเขียน เทคนิคหลักที่แกแนะนำคือสิ่งที่เรียกว่า Freewriting แปลว่า เขียนมันเรื่อยเปื่อยไปไม่ต้องแคร์ความถูกต้อง ความร้อยเรียง หรือกระทั่งความรู้เรื่อง ส่วนตัวผมชอบประโยคนี้เป็นพิเศษ Freewriting isn’t really writing, it’s a means of watching yourself think การเขียนเรื่อยเปื่อยไม่ใช่เทคนิคการเขียน แต่เป็นเทคนิคการฟังความคิดของตนเอง

แบบฝึกหัดสำหรับผู้นำสมอง

ฟัง-คิด-เขียน-แล้ว (หากจำเป็น) จึงพูด ฝึกสมองตัวเองด้วยกระบวนการนี้ สมมติเวลาประชุมได้ยินประเด็นอะไร ก่อนอื่นฟังให้จบเสียก่อน อย่าด่วนสรุปสมองเขาด้วยสมองเรา หลังจากนั้นคิดว่าหูได้ยินอะไรและจะเรียบเรียงเป็นความคิดได้อย่างไร เสร็จแล้วลองหยิบปากกากับกระดาษออกมาเขียนสิ่งที่คิด เป็นตัวอักษรก็ได้ เป็นภาพก็ได้ เอาว่าเราสรุปออกมาให้ตัวเองรู้เรื่องแล้วกันว่าสิ่งที่คิดนั้นคืออะไร สุดท้ายจึงค่อยร้อยเรียงเป็นเนื้อหาที่จะสื่อสาร จะใช้สิ่งที่เขียนไว้เป็นตัวประกอบช่วยด้วยอีกทางยิ่งดี

บริษัทยักษ์ใหญ่ Amazon.com ของ Jeff Bezos มีธรรมเนียมประหลาดอย่างหนึ่งคือ ผู้ร่วมประชุมจะต้องเขียนสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารออกมาในกระดาษก่อนหนึ่งหน้าเหมือนเรียงความ การประชุมทุกครั้งจะเริ่มด้วยการแจกกระดาษดังกล่าวให้กับสมาชิกในห้อง ทุกคนจะนั่งเงียบๆเพื่ออ่านสิ่งเหล่านั้นประมาณสิบห้านาที หลังจากนั้นจึงจะเปิดการสนทนา ที่น่าสนใจคือหลายเรื่องถูก ‘โยนลงตะกร้า’ ตั้งแต่อ่านเสร็จ ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า “ขนาดให้เขียนยังอ่านไม่เข้าใจ งั้นไม่ต้องเสียเวลาพูด กลับไปคิดมาใหม่ไป๊” ประหยัดเวลาประชุมแบบ Talk Go Talk Come Know No Stories พูดไปพูดมาไม่รู้เรื่อง ไปแยะ เห็นไหมครับ ของขวัญปีใหม่นี้มีประโยชน์กับสมองมากแค่ไหน แต่หลายคนฟังแล้วก็ยังอาจยี้... อาจ้าน ใครเขาใช้กระดาษกับปากกากันบ้างสมัยนี้? เอ้า... งั้นถ้าไม่อยากให้คนรับดูถูกว่าให้ของขวัญล้าสมัย เปลี่ยนจากกระดาษกับปากกาเป็น Galaxy Note 4 แทนก็ได้นะคร้าบบบ

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป