/

SME Thailand: เตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต

แนวทางการทำงานในอนาคต เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน

หุ่นยนต์กลายมาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานและการใช้ชีวิต เมื่อหลายอาทิตย์ก่อน ผมไปแวะต่อเครื่อง ที่สนามบินอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เห็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่งวิ่งไปวิ่งมาในสนามบิน เลยยืนดูอยู่สักพัก พบว่า มีครอบครัวหนึ่งประกอบไปด้วยพ่อแม่และลูกๆ หันรีหันขวางอยู่ พอดีเจ้าหุ่นยนต์ผ่านมาพร้อมป้ายตัวอักษรขนาดใหญ่ บนหัวของมัน เขียนว่า “Ask Me” แปลว่า “ถามฉัน  หนึ่งในสมาชิกของครอบครัวนั้น ถามว่าประตูขึ้นเครื่องหมายเลข 57 ไปทางไหน เจ้าหุ่นยนต์ขอดูบัตรโดยสาร (Boarding Pass) ผ่านการสแกน แล้วบอกว่า “Follow Me Please” หมายความว่า “โปรดตามฉันมา ” ...​ เจ๋งดีอะ

อาทิตย์ที่แล้วผมไปเดินห้าง ปะเหมาะเคราะห์ดีได้แวะเข้าไปที่ร้านแมงป่อง ซึ่งเดิมเคยขายเทปและซีดีเพลง แต่วันนี้เปลี่ยนไปขาย อุปกรณ์อิเลคโทรนิคแล้ว ดูไปดูมาตัดสินใจซื้อหุ่นยนต์ถูบ้านมาลองดูสักเครื่อง เพราะนอกจากพนักงานจะเชียร์แล้ว ยังเคยได้ยินเพื่อนๆ ที่ใช้กัน บอกว่าดีด้วย

ปกติภรรยาผมเป็นคนละเอียดอ่อนเรื่องความสะอาดภายในบ้านมาก ถ้าพื้นบ้านเหนียวหรือมีฝุ่น เธอรู้ทันที การมีหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านมาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว ถือว่าเป็นเรื่องท้าทายสุดๆ

เวลาผ่านไปสัก 3-4 วันหลังจากทดลองใช้ ผมถามเธอว่าเป็นไงบ้าง หุ่นยนต์ถูบ้านสะอาดไหม เธอตอบว่า “ใช้ได้ ” ... โห ผมดีใจจนแทบน้ำตาไหล หุ่นยนต์สอบผ่าน !

Accenture บริษัทที่ปรึกษายักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน ได้ทำการสำรวจผู้บริหารระดับสูงกว่า 1200 คนทั่วโลกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา พบว่า 75% ระบุว่าองค์กรของเขากำลังลงทุนในปัญญาประดิษฐ์หรือเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอื่นๆ ในขณะที่ 72% ระบุว่ากำลังมองหา เครื่องมืออิเลคโทรนิคหรืออุปกรณ์ดิจิตอลใหม่ๆ เข้ามาเสริมทัพเพื่อรับมือกับการแข่งขันที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนั้นยังพยายามสร้าง “องค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprises) ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการทำงาน ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่มองว่าเทคโนโลยีมีข้อดีและเป็นประโยชน์กับมนุษย์ ผลการวิจัยของ Accenture พบว่ามีความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องนี้แตกออกเป็น 5 กลุ่ม

The Dystopians – เป็นความคิดในแง่ลบ ที่มองว่าเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาแย่งงานสำคัญๆ ของคนที่ใช้ทักษะระดับปานกลาง และระดับสูง ในขณะที่หุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานที่ใช้ทักษะต่ำ ก่อให้เกิดการว่างงานจำนวนมากซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวมอย่างรุนแรง

The Utopians – เป็นความคิดในแง่บวก ที่มองว่าเทคโนโลยีและเครื่องมืออัจฉริยะต่าง ๆ จะเข้ามาช่วยงานมนุษย์มากขึ้น ผลที่ตามมาคือ จะเกิดความมั่งคั่งแบบที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน เศรษฐกิจจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัญญาประดิษฐ์จะเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในช่วง 20 ปีจากนี้ไป จนก้าวเข้าสู่ยุคที่เครื่องจักรสามารถเลียนแบบการทำงานของสมองมนุษย์ได้ ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานแทนคนได้จริง ๆ โดยเฉพาะงานที่มี ความยุ่งยากซับซ้อนและมีความเสี่ยงหรือต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลา ยาวนาน

The Technology Optimists – เป็นแนวคิดที่ว่า ผลผลิตจากการทำงานจะมีมากขึ้นแต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่ามากเพียงใด เนื่องจากอยู่ใน ช่วงของการศึกษาเรียนรู้ว่าจะใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์และเครื่องมืออัจฉริยะเหล่านี้ให้เต็มที่ได้อย่างไร แต่ตราบใดก็ตามที่มนุษย์ สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ได้มากขึ้น ผลกระทบในเชิงบวกก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องลงทุนด้านการศึกษา และฝึกอบรมให้คนมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างเต็มศักยภาพ

The Productivity Skeptics – เป็นแนวคิดที่ว่า แม้ปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีจะมีความสามารถสูงขึ้น แต่ผลผลิตของชาติยังคงต่ำอยู่เช่นเดิม ทั้งนี้เป็นเพราะโครงสร้างของประชากรที่เปลี่ยนไป สังคมมีคนสูงอายุมากขึ้น โอกาสที่จะเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับความเจริญก้าวหน้าที่เกิดขึ้น ก็มีน้อยลง ประกอบกับการกระจายรายได้และความเจริญกลับกระจุกตัวอยู่เพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น ดังนั้นประโยชน์ที่ได้รับในภาพรวมจึงไม่มากนัก

The Optimistic Realists – แนวคิดนี้มองว่า เครื่องมืออัจฉริยะต่าง ๆในอนาคตจะสามารถควบรวมกับเทคโนโลยีปัจจุบันได้อย่างลงตัว และจะมีส่วนเข้ามากระตุ้นให้เกิดผลผลิตที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในองค์กรที่นำเอาเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ งานใหม่ๆ จะถูกสร้างขึ้นมา ความต้องการแรงงานที่ใช้ทักษะระดับสูงจะเพิ่มมากขึ้นในขณะที่ความต้องการแรงงานที่มีทักษะระดับปานกลางและระดับต่ำจะลงต่ำลงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่ามุมมองของคนจะเป็นเช่นไร สิ่งหนึ่งที่ต้องทำคือการเตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่ง Accenture ได้แนะนำไว้ 3 แนวทางด้วยกัน

ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาทักษะความรู้ความสามารถของมนุษย์และช่วยเพิ่มประสิทธิ ภาพในการทำงาน – องค์กรไม่ควรมองการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือเทคโนโลยีมาใช้ เพียงเพื่อทดแทนแรงงานและประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องบางเรื่องเท่านั้น อันที่จริงนอกจากสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้จะสามารถทำงาน ร่วมกับมนุษย์ได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังสามารถช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และการเรียนรู้ให้กับมนุษย์ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น อัลฟ่าโกะ ปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถเอาชนะแชมป์โลกในการแข่งขันหมากล้อมได้แบบไร้ข้อกังขา ช่วงแรก ๆ มนุษย์เป็นผู้สอนปัญญาประดิษฐ์ให้เข้าใจและสามารถเล่นโกะได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เครื่องจักรแห่งการเรียนรู้ (Machine Learning) กลับเก่งกว่า มนุษย์จึงต้องกลับมาเรียนรู้จากปัญญาประดิษฐ์แทน

นิยามหน้าที่การงานใหม่และออกแบบองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น – องค์กรจะไม่สามารถใช้สิ่งที่ลงทุนไปแล้วได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หากวิธีการทำงานยังคงยึดติดอยู่กับรูปแบบและแนวทางเดิม ๆ ผู้นำจึงต้องประเมินงานที่ทำอยู่ เพื่อดูว่ามีอะไรที่ควรปรับเปลี่ยนให้เทคโนโลยีเข้ามา แทนที่ได้บ้าง โดยอาจจำเป็นต้องลดคนในบางหน่วยงานเพื่อนำไปเสริมในหน่วยงานอื่น ที่ไม่สามารถทดแทนด้วยเทคโนโลยีได้

ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการสร้างองค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise) – ในการสร้างความสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีมาทดแทน การทำงานแบบเดิมกับการรักษาจุดแข็งของธุรกิจไว้ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียโดยเฉพาะบุคลากรในองค์กรให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้ พบว่าพนักงานจำนวนมากเต็มใจและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากกว่าที่องค์กรประเมินไว้ พวกเขาต้องการความรู้และทักษะเพิ่มเติม เพื่อให้แน่ใจว่ายังคงมีความสามารถที่จะทำงานท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ องค์กรที่สามารถระดมการมีส่วนร่วมได้มาก ย่อมได้เปรียบคู่แข่ง เพราะความร่วมแรงร่วมใจกัน มีผลต่อความสำเร็จขององค์กร มากกว่าการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแต่คนในองค์กรไปกันคนละทิศละทาง

แม้เรื่องทำนองนี้จะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องของอนาคต แต่ก็เป็นอนาคตที่อยู่ไม่ไกลเกินไปนัก วันหนึ่งสิ่งที่คิดไว้อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด ก็เป็นไปได้ ดังนั้นเพื่อความไม่ประมาท องค์กรจำเป็นต้องวางแผนและเตรียมการรับมือไว้เสียแต่เนินๆ

กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทัน !

 




อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
Founding Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : หนังสือ: SME Thailand Vol. 14 No.166
คอลัมน์ SME Thailand: เตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับอนาคต
ฉบับประจำเดือน November 2018