uploaded/content/201810/1540784529.825-jpg

Leading the New Edge : Sales 2018 ตอนที่ 4 ความคิดของนักขายยุคใหม่

หากเราเชื่อว่าความสามารถเรามีเท่านี้ จะไปสู้คนที่เก่งกว่า ดีกว่าได้ยังไง ทำยังไงก็คงได้แค่นี้ คงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนี่ยิ่งเหลือ 2 เดือนสุดท้ายของปี ใครจะไปปิดยอดได้ 

แค่นี้ก็ยากมากพอแล้ว

เกลียดคำว่าล้มเหลว

เฮ้อ!!!!

ปัจจัยที่ทำให้นักขายประสบความสำเร็จหรือไม่ประสบความสำเร็จ คงมีหลายด้าน ปัจจัยหนึ่งก็คือ ความคิดของเรานั่นเอง

ความคิดที่ตัน (Fixed Mindset) แบบนี้เราจะเชื่อว่าพรสรรค์ กำหนดมาแล้ว เราจะพัฒนาอะไรไม่ได้มาก อย่าพยายามเลย ถ้าไม่ไหวก็หยุดเถอะ อย่าโชว์โง่เลย

ความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) แบบนี้เราจะคิด และเชื่อว่าหากเราเรียนรู้ พัฒนาเราจะดีขึ้นเรื่อย ๆ เราจะดีกว่าเดิม Carol Dweck เป็นนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ และมีเนื้อหาที่น่าสนใจมาก

เธอบอกว่าคนที่มี Fixed Mindset อยากจะดูดี ดูฉลาด เพราะคนกลุ่มนี้เชื่อว่าเราเกิดมาพร้อมระดับความฉลาดเท่าที่มี ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ กลุ่มนี้จะกลัวว่าดูโง่

แต่อีกกลุ่มหนึ่ง Growth Mindset คนกลุ่มนี้เชื่อมั่นว่าความฉลาดนั้นพัฒนาได้ด้วยความพยายาม การเรียนรู้ และอดทน พวกนี้ไม่ได้เชื่อว่าทุกคนเหมือนกัน แต่เชื่อว่าหากเราพัฒนา เราจะดีขึ้นจากจุดที่เรามาแน่นอน

แล้วเซลล์อย่างเราจะพัฒนาและสร้างความคิดแบบเติบโตนี้ได้อย่างไร ปี 2018 กำลังจะจบไป ปี 2019 ต้องท้าทายกว่าเดิมแน่นอน ทำอย่างไรจะมีความคิดเติบโต อย่างน้อย ๆ ก็ทำให้โค้งสุดท้ายของปีนี้สวยงามอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนต้นปี

เขาบอกไว้แบบนี้เลย

1. เปิดใจรับจุดอ่อนของตัวเอง เช่น ถ้าเรารู้ว่าเราขี้เกียจ ชอบผลัดวันไปเรื่อย ๆ ต้องเริ่มหาทางปิดจุดอ่อนก่อนเลย

2. ความท้าทายคือโอกาส ถ้าเราเป็นคนเจอความท้าทายแล้วหยุด รักความสบาย ทำแต่แบบเดิม ๆ เพราะกลัวความเสี่ยง แบบนี้มีแนวโน้มมีความคิดแบบตันนะ เขาบอกว่าถ้าเราเริ่มรับความท้าทายแค่นี้เราก็จะได้พัฒนาแล้ว เช่นเริ่มลงเรียนหลักสูตรใหม่ เริ่มลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ แม้ว่ามีความเสี่ยงที่จะล้มเหลว แต่ยิ่งล้มเยอะ ยิ่งดี ไม่ได้แปลว่าเราโง่ แต่คือเรากำลังจะไปจุดที่สำเร็จมากขึ้น หากเราอยู่

3. เรียนรู้ในแบบที่เราชอบ แต่ละคนมีลักษณะการเรียนรู้ไม่เหมือนกัน บางคนชอบเรียนคนเดียว บางคนชอบเรียนรู้กับคนอื่น บางคนชอบเรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่น การลงมือทำก็เป็นการเรียนรู้ที่ดีอย่างหนึ่ง (ข้อควรระวังคือ ถ้าชอบชอบเรียนอย่างเดียว แต่ไม่ได้ทำอะไรใหม่ ๆ เลย เป็นไปได้ว่าเราก็ติดกับ กลัวความล้มเหลว เลยเรียนอย่างเดียว)

4. สมองไม่ได้ตันนะ จากงานวิจัยบอกชัดเจนเลยว่าสมองเติบโต พัฒนาได้ไม่หยุด ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ถ้าสมองยังโต แล้วความคิดเราจะตันได้อย่างไร

5. เลิกคิดว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร คิดเพียงว่าเราจะดีขึ้นได้อย่างไร ไม่ต้องรอใครมายืนยัน เราตัดสินใจมันได้ด้วยตัวเรา ชีวิตเราใช้คุ้มหรือยัง

6. เน้นระหว่างทาง ไม่ใช่จุดหมาย เหมือนการลดน้ำหนักเลย อย่าไม่สนใจก่อนว่าน้ำหนักวันนี้ทำไมยังไม่ลด ให้ดูว่าแต่ละวัน ความคิดและการลงมือทำเราเปลี่ยนไปหรือยัง

7. เป้าหมายสำคัญ อันนี้เขาว่าเป็นหัวใจเลยนะ คนเห็นเป้าหมายระยะไกลของตัวเองชัดเจน มีนายที่รักมากที่สุดคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า ถ้าวางเป้าหมายอะไรไว้ ให้เอาไปเขียนไว้ที่กระจกที่เราต้องส่องทุก ๆ วันแล้วมันจะกลายเป็นความจริง ผ่านมา 20 กว่าปี วันนี้ยังทำอยู่และเชื่อว่าเวอร์ค

8. เปิดรับคำวิจารณ์ คิดไว้เลยว่าจะต้องได้รับคำวิจารณ์ ถ้าเรามีจุดอ่อน แล้วมีใครมาบอก ให้บอกด้วยเองเลย ดีจัง วันนี้ได้เรียนรู้อีกแล้ว

9. ต้องพัฒนาต่อ ไม่ได้แปลว่าล้มเหลว คนที่ล้มเหลวคือคนที่ล้มเลิกต่างหาก

10. สนใจในสิ่งที่ทำ (Passion) สนใจในงานที่ทำวันนี้แบบลงลึก แล้วคุณจะผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ ทุ่มเทกับลูกค้าทุกคน คุณจะสนุกกับมัน

11. การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่เหมือนการเรียนในห้อง มีวันจบหลักสูตร เราต้องตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ใหม่ ๆ เสมอ

12. การเรียนรู้ใช้เวลา เราจะเก่งเรื่องใดมากขึ้น ต้องใส่เวลา อย่าใจร้อน

วันนี้เราออกไปเรียนรู้ ล้ม ลุก คลุกคลานไปหาความสำเร็จกันเถอะ ชีวิตเซลล์นี่สุดยอดจริง ๆ มีอะไรให้เรียนทุก ๆ วัน
 




มัณฑนา รักษาชัด
กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจด้านการพัฒนาและฝึกอบรม
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : The Bangkok Insight
คอลัมน์ Leading the New Edge : Sales 2018 ตอนที่ 4 ความคิดของนักขายยุคใหม่
ฉบับวันที่ 25 ตุลาคม 2561