/

Leading the New Edge : เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่เดี๋ยวก่อน

ถ้าไม่อยากตกยุคต้องลงมือทำทันที อย่าผัดวันประกันพรุ่ง อย่าชะล่าใจ ต้องลืมคำว่า “เดี๋ยวก่อน ” ไปซะ แล้วให้ใช้คำว่า “เดี๋ยวนี้ ” เพราะโลกปัจจุบันไม่อยู่รอคนคิดช้าทำช้าอีกต่อไป

ดูอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของโลกซิครับ ไปคุมทีมไหน การันตีแชมป์ล้านเปอร์เซ็น ไม่ว่าจะเป็นบาร์เซโลน่า บาเยิร์นมิวนิก และล่าสุดแกมาคุมแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมได้แค่ 2 ฤดูกาล ก็ขยี้ทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อปีที่แล้ว เวลาแกจะซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีม สิ่งหนึ่งที่นักเตะคนนั้นต้องมีคือ คิดเร็วทำเร็ว พวกเงื้อง่าราคาแพง จับบอลแล้วมองโน้นมองนี้ ไม่ทันกินครับ ต้องจ่าย ต้องชิ่ง ต้องยิงได้ในเสี้ยววินาที พวกคิดนานทำช้า รับรองไม่ได้เป็นลูกทีมของเป๊ป หรือถ้ามีนักเตะอย่างว่าอยู่ในทีม ก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ทันใจเป๊ป ไม่งั้นถูกดองหรือไม่ก็ขายทิ้งชัวร์

บริหารในปัจจุบันก็เช่นกัน ต้องคิดเร็วทำเร็ว เห็นสิ่งผิดปกติแล้วต้องรีบแก้ไขทันที เลิกพูดคำว่า “เอาไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยจัดการ ” ถ้าคิดแบนนี้ไม่มีทางเป็นแชมป์ทางธุรกิจ ผู้นำต้องมีสำนึกแห่งความเร่งรีบ หรือที่ฝรั่งใช้คำว่า “Sense of Urgency” และต้องสร้างสำนึกแบบนี้ให้เกิดขึ้นกับพนักงานในองค์กรด้วย

มีหลายวิธีที่ผู้นำสามารถสร้างสำนึกแห่งความกระตือรือร้นให้พนักงานเห็นความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน และลงมือทำทันที

จริงไหม…ทุกสายตาของพนักงานมองมาที่คุณ? เมือคุณบอกกับพวกเค้าว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทุกคนต้องมี sense of urgency จะอยู่แบบเดิม ๆ หรือทำงานแบบชิล ๆ ขาดสำนึกแห่งความเร่งรีบไม่ได้ พอพูดจบ พนักงานก็จะเฝ้ามองคุณแล้วรอดูว่าคุณทำอะไรอีกบ้างนอกจากพูด

แค่พูดไม่พอ คุณต้องแสดงพฤติกรรมอย่างน้อย 4-5 อย่างดังต่อไปนี้ เพื่อทำให้พนักงานเห็นว่าคุณเอาจริงกับเรื่องนี้

1.แสดงให้เห็นว่าคุณไม่พอใจกับวิธีทำงานแบบเดิมๆ ไม่สนับสุนนคนที่ทำงานแบบความชั่วไม่มีความดีไม่ปรากฏ หันมาชื่นชมคนที่กล้าปรับเปลี่ยนและพัฒนากระบวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

2.เข้มงวดและเอาจริงกับคนที่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม งานทุกงานที่มอบหมายไปต้องขีดเส้นตาย มี deadline ชัดเจน และต้องเสร็จตามนั้น อย่ายอมให้มีการขยับหรือเลื่อนกำหนดเสร็จออกไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพราะถ้าทำอย่างนั้นแปลว่าคุณไม่เอาจริง

3.อย่าแจ้งเฉพาะข่าวดีกับพนักงาน แต่ต้องกล้าบอกข่าวร้ายให้พนักงานทราบความจริง เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การปกปิดความจริงอาจชะลอความตื่นตระหนกได้ช่วงเวลาสั้น ๆ แต่จะเสียโอกาสในการแก้ปัญหาตั้งแต่เริ่มต้นและส่งผลร้ายในระยะยาว

4.กำหนดให้พนักงานพูดกับคุณได้โดยตรงเป็นประจำ เรื่องปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงาน รวมถึงเรื่องที่เกี่ยวกับความไม่พอใจของลูกค้า ไม่งั้นคุณจะไม่ทราบความจริงในสายตาของพวกเขา เพราะในชีวิตจริงคุณอยู่แต่ในห้องประชุม

5.แชร์ข้อมูลต่าง ๆ ให้พนักงานทราบเพื่อกระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญของการปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง และอย่าเพลิดเพลินกับข้อมูลที่มีแค่ในองค์กร จงเอาข้อมูลจากภายนอกมาเข้ามาดูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง ด้วย

จำไว้นะครับ โลกยุคใหม่เป็นที่อยู่สำหรับคนคิดเร็วทำเร็ว ถ้าไม่เคยคิด ก็จงคิด แต่ถ้าคิดแล้ว ก็จงทำ และทำมันซะ “เดี๋ยวนี้ ” ไม่ใช่ “เดี๋ยวก่อน
 




จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
Slingshot Group
 

ที่มา : The Bangkok Insight
คอลัมน์ Leading the New Edge : เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่เดี๋ยวก่อน
ฉบับวันที่ 13 มกราคม 2562