/

Leading the New Edge : ความเครียดในงาน : งานแบบไหนที่ทำให้พนักงาน "เครียด”

งานหนักไม่เคยทำให้ใครตายจริงหรือไม่?

ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า KAROSHI นั้น มีความหมายว่า “death by overwork” หรือ “ทำงานหนักจนตาย

โดยในปี 2015 รายงานของ Japanese Labor Ministry ระบุถึงอัตราการตายโดยมีสาเหตุเนื่องมาจากการทำงานหนักจนเกินไป มีสูงถึง 2,310 คนต่อปี ซึ่งใน National Defense Council for Victims of Karoshi ได้เสริมต่ออีกว่า ในความ
เป็นจริงแล้ว ตัวเลขนี้อาจสูงถึง 10,000 คน ซึ่งเป็นอัตราที่เทียบเท่ากับการเสียชีวิตโดยรถยนต์เลยทีเดียว

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หัวข้อ “ความเครียดในงาน ” ถูกให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในต่างประเทศและประเทศไทยเองก็ตาม มีงานวิจัยมากมายที่ศึกษาเกี่ยวกับความเครียดในองค์กร และผลจากการศึกษาของานวิจัยเหล่านั้น แสดงให้เห็นได้ชัดเลยว่าความเครียดในงานนั้นมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลและองค์กรอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางตรงหรือทางอ้อม อีกทั้งความเครียดในงานนั้นยังมีผลกระทบในระยะยาวเลยทีเดียว

ในโลกของการทำงานที่ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เราทุกคนเองก็เป็นดั่งเช่นหนึ่งในตัวละครที่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเนื้องานที่ยากและซับซ้อนมากขึ้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้าที่ยุ่งยาก และยังรวมถึงบรรยากาศในการทำงานที่ไม่เป็นใจ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเครียดในการทำงานได้ทั้งสิ้น อย่างที่เห็นได้ทั่วไปตามข่าวหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ มากมาย ที่เหล่าพนักงานหรือผู้บริหารเป็นโรคหรือหัวใจวาย หนึ่งในสาเหตุนั้นเกิดจากความเครียดในงานนั่นเอง โดยรายงานของ American Psychological Association 
ในปี 2018 ที่ได้ศึกษาความเครียดของประชากรทั่วไปและรวมถึง Generation Z กล่าวถึงสาเหตุหลักของความเครียดของชาวอเมริกันคืองานนั่นเอง โดยประชากรทั่วไปเห็นว่างานเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดถึง 64% และ Generation Z 
ยังเพิ่มไปอีกถึง 77%

ความเครียดในงานเกิดจากปัจจัยอะไรได้บ้าง?

มีคำถามมากมายที่ต้องการหาความเป็นไปได้ของอาชีพที่ก่อให้เกิดความเครียดมากที่สุด โดยความเป็นจริงแล้ว ความเชื่อมโยงกันระหว่างอาชีพใดอาชีพหนึ่งนั้นไม่ได้มีความเป็นไปได้สูงนัก แต่สิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดในงานที่แท้จริงแล้วคือสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัวคนทำงานนั่นเองที่เป็นปัจจัยหลัก

ในรายงานของ World Health Organization ได้ระบุถึงสาเหตุหลักของความเครียดในงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักด้วยกัน คือ เนื้องาน (Work Content) และ สภาพแวดล้อมในงาน (Work Context)

เนื้องาน (Work Content)

เนื้องานที่ก่อให้เกิดความเครียดนั้น ส่วนหนึ่งเกิดจาก (1) เนื้องานที่มีความซ้ำซาก จำเจ ไม่น่าสนใจ หรือไม่มีค่า ซึ่งจะทำให้พนักงานรู้สึกตึงเครียด เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเนื้องานเดิม ๆ เป็นระยะเวลานาน อีกปัจจัยหนึ่งคือ (2) ภาระงานที่มากเกินความสามารถในการจัดการงานของตัวบุคคล หรือในทางตรงกันข้าม ภาระงานที่น้อยเกินไปก็สามารถก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นเดียวกัน ต่อมาคือ (3) ชั่วโมงในการทำงานที่ไม่ยืดหยุ่น หรือมีชั่วโมงการทำงานยาวนานเกินไป รวมถึงชั่วโมงการทำงานที่ไม่แน่นอนด้วยเช่นกัน ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งคือ (4) การที่พนักงานไม่มีอำนาจในการควบคุมงานของตนเอง หรือการไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในงานของตนเอง และรวมถึงอำนาจในการจัดการปริมาณ และเวลาในการทำงานนั่น ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถก่อให้เกิดความเครียดได้

สภาพแวดล้อมในงาน (Work Context)

สภาพแวดล้อมในงานที่ก่อให้เกิดความเครียดนั้นประกอบไปด้วย (1) งานที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาหรือไม่น่าภาคภูมิใจ (2) บทบาทของงานในองค์กรที่ไม่ชัดเจน หรือมีความขัดแย้งกันในงานนั่นเองจะทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีความสับสน อีกปัจจัยหนึ่งคือ (3) ความสัมพันธ์ในที่ทำงานทั้งกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า หรือมีการกลั่นแกล้งและใช้ความรุนแรงในที่ทำงาน รวมถึงงานที่ไม่ได้พบปะกับผู้คนเลยก็สามารถก่อให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน นอกจากนี้ความเครียดในงานยังมีส่วนที่อาจเกิดจาก (4) วัฒนธรรมองค์กรเอง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารที่ไม่มีประสิทธิภาพ และหัวหน้างานที่ไม่เก่ง หรือความชัดเจนของทิศทางองค์กรก็ตาม ท้ายที่สุดสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดในงานก็คือ (5) ความขัดแย้งระหว่างงานกับความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือครอบครัวนั่นเอง

ในบทความนี้เราได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเครียดในงานไปเบื้องต้นแล้ว แล้วผลกระทบของความเครียดเหล่านี้จะเป็นอย่างไร จะมีผลต่อบุคลลหรือองค์กรอย่างไร? สามารถติดตามได้ในตอนต่อไปค่ะ
 




นวมณฑ์ บูรณเกียรติศักดิ์
ที่ปรึกษาบริหารโครงการ
บริษัท สลิงชอท คอนซัลทิง จำกัด
 

ที่มา : The Bangkok Insight
คอลัมน์ Leading the New Edge : ความเครียดในงาน : งานแบบไหนที่ทำให้พนักงาน "เครียด”
ฉบับวันที่ 23 มกราคม 2562