uploaded/content/201901/1546415488.jpg

Leading the New Edge : ทักษะแห่งโลกอนาคต ทักษะที่ 6 - Life Long Experimentation

มาถึงทักษะสุดท้ายของทักษะแห่งอนาคตกันแล้วค่ะ ทักษะนี้ต้องบอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องรอถึงอนาคต แต่เราทุกคนควรนำมาใช้ตั้งแต่ตอนนี้เลย ทักษะนั้นคือ “ทักษะการเรียนรู้และทดลองสิ่งต่าง ๆ ตลอดชีวิต ” ซึ่งจากการทำการศึกษางานวิจัยพบว่าทุกเล่มเขียนเหมือนกันหมดว่าทักษะนี้เป็นทักษะที่มาแรงและจำเป็นต่อการทำงานในอนาคตอย่างแน่นอน

เนื่องด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีส่งผลให้โลกแคบลง ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งโลกเชื่อมต่อกันอย่างง่ายได้ ส่งผลให้ทักษะ ความรู้ที่ต้องใช้ในการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พนักงานจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ ฝึกฝนและพัฒนาทักษะต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เหมือนดังคำพูดที่ว่า “แค่หยุดเรียนรู้ ก็เท่ากับก้าวถอยหลังแล้ว ” การเรียนรู้จึงไม่ได้สิ้นสุดอยู่ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียว แต่เราจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ และนำความรู้นั้นมาทดลองใช้เพื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกที่มีการเปิดโครงการเกี่ยวกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต เช่น มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ฮาร์วาร์ด และ เอ็มไอที ที่เปิดหลักสูตร “MOOC(Massive Open Online Courses) ซึ่งเป็นหลักสูตรออนไลน์ให้คนเข้าไปเรียนฟรี หรือมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) ที่เปิดหลักสูตร Alumni Lifelong Learning ให้ศิษย์เก่าสามารถกลับมาเรียนหลักสูตรต่าง ๆของมหาวิทยาลัย เพื่อ Update ความรู้ รวมถึงมหาวิทยาลัยในไทย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่พึ่งเปิดหลักสูตร Gen Next Academy สำหรับบุคคลภายนอกและ CHULA MOOC เห็นอย่างนี้แล้วเราก็คงจะเลี่ยงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ วันนี้เราจึงมีทริคเล็ก ๆ มาฝากสำหรับคนที่อยากฝึกตัวเองให้เป็นคนที่มีทักษะนี้กัน

1. เริ่มจากการปรับความคิดของตนเอง เคยได้ยินใช่ไหมคะว่าทุกอย่างเริ่มที่ใจ ดังนั้น การที่เราจะเริ่มเป็นคนที่เรียนรู้และทดลองสิ่งต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา เราจะต้องเปิดใจรับสิ่งใหม่ เชื่อมั่นในตนเอง กล้าที่จะทำ ไม่กลัวความล้มเหลวและมองหาความก้าวหน้าทางความรู้

2. เลือกช่องทางการเรียนรู้ที่ถูกจริตของตนเอง บางคนชอบอ่านหนังสือแต่บางคนมองหนังสือเป็นยาขม ดังนั้น จึงควรเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น หากคุณเป็นคนชอบดูรายการต่าง ๆ ก็เลือกดู YouTube Channel หรือ TED Talks หรือหากคุณเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ผ่านการลงมือ ก็เลือกไปเข้ากิจกรรม Workshop แทน หากเราเลือกช่องที่เหมาะสมกับตัวเอง เราก็จะมีความสุขและสนุกกับการเรียน

3. ประเมินสิ่งที่ได้เรียนรู้ ทุกครั้งที่เรียนเสร็จ ให้แอบเอาทักษะ Creative Conception และ Logical Investigation มาใช้ โดยการถามตัวเองว่าสิ่งที่เรียนรู้เป็นจริงหรือไม่ สมเหตุสมผลแค่ไหน สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่นได้ไหม

4. นำสิ่งที่เรียนมาใช้ในชีวิตจริง จากการศึกษาของนักจิตวิทยาชื่อ Hermann Ebbinghaus พบว่า ผู้เรียนจะลืมความรู้ 90% ของที่เรียนไปภายใน 30 วัน แต่ทว่าหากเราลงมือทำสิ่งใดบ่อย ๆ สมองของเราจะจดจำข้อมูลดังกล่าวได้มากถึง 80% ดังนั้น หากเรียนแล้วไม่ใช้ ก็มีค่าเท่ากันไม่ได้เรียน เราจึงควรนำสิ่งที่เรียนมาใช้บ่อย ๆ ให้เกิดความชำนาญและกลายเป็นทักษะใหม่ของตนเอง

5. นำสิ่งที่เรียนไปสอนและพัฒนาคนอื่น การเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือการเรียนรู้ผ่านการสอนคนอื่น ซึ่งช่วยให้เราจำสิ่งที่เรียนรู้ได้มากถึง 95 % ดังนั้นการที่เราถ่ายทอดสิ่งที่เรารู้ให้คนอื่น นอกจากจะเป็นการแบ่งปันข้อมูลแล้วยังถือเป็นการทบทวนความจำของตนเองอีกด้วย

จบไปทั้ง 6 ทักษะแห่งอนาคตแล้วนะคะ เป็นอย่างไงบ้างคะ อ่านแล้วก็อย่าลืมนำไปฝึกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโลกอนาคตอันใกล้นะคะ
 




ชโลธร แจ่มจำรัส
เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการด้านการให้คำปรึกษา
สลิงชอท คอนซัลทิง
 

ที่มา : The Bangkok Insight
คอลัมน์ Leading the New Edge : ทักษะแห่งโลกอนาคต
ทักษะที่ 6 - Life Long Experimentation
ฉบับวันที่ 29 ธันวาคม 2561