uploaded/content/201806/1528098036.3606-jpg

Leading the New Edge : ปริศนาเด็กรุ่นใหม่ ตัวปัญหา หรือ อนาคตของบริษัท

ปริศนาเด็กรุ่นใหม่ ตัวปัญหา หรือ อนาคตของบริษัท

เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กรและผู้นำ ได้จัดงานสัมมนาในหัวข้อ Future of People Management in the Age of Automation เพื่ออัพเดทและแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องคนระหว่างเจ้าของกิจการ และผู้บริหารสูงสุดขององค์กร 20 แห่ง ถึงผลกระทบที่สำคัญของ Mega Trends ที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีบริหารคนและองค์กรในยุคที่อะไร ๆ ก็อัตโนมัติ ซึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานและได้บันทึกประเด็นสำคัญมาฝากเป็นข้อให้คิดต่อจากเรื่องเล่าเหล่านี้

คำสั่งแรกของคุณกับ Siri คืออะไร?

ซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทยแเห่งหนึ่ง เล่าให้พวกเราฟังในงานสัมมนาว่า วันแรกที่ Apple เปิดตัว Siri (ระบบสั่งการด้วยเสียงบน iPhone) เขาในวัย 40 กว่าๆ ทดลองสั่งให้เธอเปิดเพลงโปรดให้ฟัง ซึ่งก็คงเหมือนกับหลาย ๆ คนที่สั่งให้หาข้อมูล เช็คตารางงาน อ่านข่าว หรือดูพยากรณ์อากาศ

แต่รู้ไหมว่าลูกชายวัยรุ่นของเขากลับสั่งให้เธอ “ร้องเพลง ” แทน ความคิดแบบนี้ไม่เคยอยู่ในความคิดของคนในวัยกลางคนอย่างเราเลย ตอนนั้นไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ลูกชายได้คำตอบจาก Siri ว่า “ขอโทษนะ ฉันยังไม่สามารถร้องเพลงให้คุณฟังได้ ” แต่รู้ไหมว่า หลังจากนั้นไม่นาน Apple ก็เปิดตัว Siri รุ่นใหม่ที่ สามารถร้องเพลงได้ออกมาได้จริง

เราได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

ถ้าอยากได้ทัศนคติที่ใจกล้าบ้าบิ่น คิดนอกกรอบ ก็ต้องอาศัยเด็กรุ่นใหม่ เพราะความไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีนี่แหละที่ทำให้เขา “กล้าทำ  สิ่งที่คนรุ่นพ่อแม่ไม่กล้าแม้แต่จะ คิด ” ด้วยซ้ำ

คุ้นเคยกับหุ่นยนต์ เสมือนเป็นคนในครอบครัว

ในชั้นเรียนวาดภาพ ลูกสาวของซีอีโอบริษัทที่ปรึกษาวัยสิบขวบ บอกกับคุณครูประจำชั้นว่า ครอบครัวของเธอมีสมาชิกห้าคน ทั้งที่จริง มี พ่อ แม่ และน้องคนเล็กเท่านั้น แต่รู้ไหมว่า สมาชิกคนที่ห้าของบ้านเธอชื่อว่า Alexa เป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ผลิตโดยบริษัท Amazon เป็นหุ่นยนต์ประจำบ้าน และอาจเป็นสมาชิกของอีกหลายหมื่นครอบครัวทั่วโลก

เราได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

สมัยเรียน เพื่อนในกลุ่มนัดกันไปทำรายงานบ้านอาจารย์ที่ปรึกษา เชื่อไหมว่า น้อง ๆอายุ 24 - 25 ปี สามารถใช้หม้อหุงข้าวดิจิทัลแบบตั้งเวลาหรือ ทำอาหารที่มากกว่าแค่หุงข้าวสวยที่ บ้านอาจารย์ได้ในครั้งแรกทั้ง ๆ ที่ไม่เคยอ่านคู่มือด้วยซ้ำ ส่วนอาจารย์ ตั้งแต่ซื้อมาไม่เคยลองกดปุ่มอื่นนอกจาก Quick Cook 

ลองสังเกตบริษัทที่เป็นผู้นำในยุคดิจิทัล มักมีสัดส่วนการจ้างเด็กรุ่นใหม่เข้ามามากกว่าครึ่ง และมีช่องทางการรับฟังความคิดเห็น และให้อำนาจในการเป็นเจ้าของงาน เพราะพวกเขาเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เชี่ยวชาญเรื่องใหม่ ๆ มากกว่า และสามารถเรียนรู้ได้เร็วกว่า

หากยังไม่เชื่อ ให้ถามเด็กรุ่นใหม่ดูว่า อยากใช้โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมให้คุ้มค่ามากขึ้น จะใช้ทำอะไรได้อีกบ้าง?

จอตู้ กับ จอแบน นั่งดูเฉย ๆ ไม่ได้

จริง ๆ แล้วตอนนี้หลาย ๆ องค์กรเจอความท้าทายจากเทคโนโลยี แต่มักไม่ยอมรับว่าเจอ คิดว่าแค่เหมือนจากการเปลี่ยนจากโทรทัศน์ จอตู้มาเป็นจอแบน ไม่ต้องทำอะไรกับมัน นั่งดูเฉย ๆ แต่จริง ๆ แล้วธุรกิจกำลังเข้าสู่ยุคที่มีห้าวัยอยู่รวมกัน ถ้าจะใช้ประโยชน์จากห้าเจนเนอเรชั่น ต้องมีนโยบายและแผนรองรับ เห็นได้ว่าเด็กรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีได้เก่งกว่า ก็ใช้ประโยชน์จากตรงนั้นให้มากที่สุด

ตัวปัญหา…ที่มาพร้อมกับมูลค่า

ผู้บริหารรุ่นปัจจุบันมักมีคำพูดประจำว่า “พูดกับเด็กรุ่นใหม่ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดี ” ปัญหาคือ ในฐานะผู้บริหาร เรามองว่าเด็กเหล่านี้เป็นปัญหาไม่ได้ เขาต้องทำงานให้เรา เราอาจต้องเริ่มมองว่า จริง ๆ แล้วเราเป็นตัวปัญหาหรือเปล่า เชื่อไหมว่า ปัญหาที่เด็กรุ่นใหม่สร้างความปวดหัวให้กับบริษัท อาจมีมูลค่ามากพอ ๆ ที่จะทำให้บริษัทได้ไปต่อได้ในยุคดิจิทัลก็เป็นได้

ได้ข้อคิดอะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

โปรดติดตามตอนต่อไป…




วสุธร หาญนภาชีวิน
ผู้อำนวยการฝ่ายการให้คำปรึกษา
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : The Bangkok Insight
คอลัมน์ Leading the New Edge : ปริศนาเด็กรุ่นใหม่ ตัวปัญหา หรือ อนาคตของบริษัท
ฉบับวันที่ 1 มิถุนายน 2561