uploaded/content/201812/1543811513.8047-jpg

Leading the New Edge: จุดจบของแวมไพร์แห่งทุ่งหญ้าสะวันนา

ทันทีที่ฝูงแมลงวันออกหากิน คนและสัตว์ในแอฟริกา ต่างต้องหลบหลีกกันพลันวัน ไม่ใช่เพราะรำคาญแต่เพราะกลัวตาย! แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าแมลงตัวน้อย จะเป็นที่สะพรึงกลัวแก่สิ่งชีวิตที่ขนาดใหญ่กว่าหลายเท่าตัว

จะไม่ให้กลัวได้ยังไง ในเมื่อเจ้าแมลงวันที่มีชื่อน่ารักว่า เซทซี (Tsetse Fly) กลับดุร้ายราวปีศาจ เพราะมันเป็นแมลงวันสายโหด ที่คร่าชีวิตของหมู หมา กา ไก่ ม้า แพะ แกะ ควาย ไปเป็นหลักล้านชีวิต ไม่เว้นแม้กระทั่งมนุษย์ ก็ล้มตายไปเป็นหลักหมื่นคนในซิมบับเวและเคนย่าเมื่อปี ค.ศ.1970

แมลงเซทซีสายพันธุ์กลอสิน่า ถือกำเนิดมาบนโลกใบนี้ตั้งแต่ 35 ล้านปีที่แล้ว มันจะถ่ายพิษในตัวเข้าสู่กระดูกสันหลังของเหยื่อที่มันดูดเลือดเป็นอาหาร และเมื่อพิษเริ่มออกฤทธิ์ เหยื่อจะเริ่มง่วงจนกระทั่งหลับและไม่ตื่นอีกเลย

เมื่อแวมไพร์แห่งทุ่งหญ้าสะวันนาบินออกหากิน สัตว์น้อยใหญ่ต่างหนีเอาตัวรอด ยกเว้นฝูงม้าลาย ยังคงเล็มหญ้าอย่างเบิกบานใจในทุ่งกว้างโดยไม่แยแสต่อภัยใกล้ตัว มันอาจเป็นสัตว์ชนิดเดียวที่ไม่กลัวเพชฌฆาตติดปีกชนิดนี้ เพราะแถบขาวดำที่พาดเรียงรายสลับไปมาตามลำตัว ทำให้แมลงวันเซทซีมึนงงแล้วบินผ่านแหล่งอาหารอันโอชะไปซะงั้น น่าเสียดายแทนแมลงอสูรมั๊ยล่ะ! โอกาสอยู่ต่อหน้าแต่กลับไขว่คว้าไว้ไม่ได้

ถ้าวันหนึ่งทุ่งหญ้าเขตร้อนอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ เหลือสัตว์อยู่แค่ 2 ประเภทคือแมลงเซทซีกับม้าลาย จะเกิดอะไรขึ้นกับแมลงวันจอมโหดที่อยู่บนโลกใบนี้มาแล้วหลายสิบล้านปี สูญพันธุ์ซิครับ! ถ้ามันยังไม่ปรับเปลี่ยนพันธุกรรมบางอย่างที่เป็นข้อจำกัดในการดำรงชีวิต เพื่อให้มีโอกาสอยู่รอดต่อไป

คนในยุคดิจิทัลควรดูปรากฏการณ์นี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ กี่ครั้งแล้วในชีวิตของเรา ที่โอกาสมาในเวลาที่เราไม่พร้อม และเมื่อเราพร้อม โอกาสก็ไม่ย้อนกลับมา อาจมีของดีอีกหลายอย่างที่อยู่ตรงหน้าแต่ความสามารถไม่พอจึงมองไม่เห็น ดังนั้นจงปรับเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาตัวเองให้พร้อมเสมอตั้งแต่ในวันที่ไม่เกิดวิกฤติต่อไปนี้คือคำแนะนำสำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบเป็นต่อและไม่อยากตายน้ำตื้นแบบแมลงวันเซทซี

1. ใช้พลังงานที่มีคิดถึงอนาคต อย่าให้ความสำเร็จเมื่อวานมาบดบังเรื่องที่ควรทำในวันพรุ่งนี้ หัดเป็นคนคิดเผื่อ ต้องประเมินสถานการณ์ปัจจุบันและพยากรณ์ไปข้างหน้าให้ได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตและงานที่ทำอยู่ในอีก 1 ปี 3 ปี 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้า

2. ประเมินความรู้และทักษะที่ต้องเพิ่มเติม ตรวจเช็คความรู้ความสามารถของเราอย่างสม่ำเสมอว่าสิ่งที่มีอยู่ เพียงพอต่อการใช้งานในอนาคตหรือไม่ ต้องบอกตัวเองให้ได้ว่า มีทักษะอะไรบ้างที่ปัจจุบันเราไม่มีแต่เป็นที่ต้องการในอนาคต

3. วางแผนพัฒนาตนเองทันที อย่ารอให้ว่าง อย่ารอให้พร้อม จงจัดตารางเวลาเพื่อสร้างทักษะที่จำเป็นตั้งแต่วันนี้ ถ้าคิดว่า ตื่นมาต้องแปรงฟัน อาบน้ำ กินข้าว ทำงาน และก็เข้านอน ก็จงเติมเรื่องนี้เข้าไปในตารางชีวิตอีกซักเรื่อง

4. ฝีกฝน ฝึกฝน และ ฝึกฝน ลงมือทำตามแผน ฝึกทักษะนั้นให้เชี่ยวชาญโดยสร้างแรงจูงใจให้กับตัวเอง พูดกับตัวเองและจินตนาการไปในอนาคตว่า ถ้าเราทำสำเร็จ จะได้อะไร และหากทำไม่สำเร็จจะเจอชะตากรรมแบบไหน

ทำเถอะครับ ถ้าไม่อยากพบจุดจบแบบแมลงวันเซทซี

 

 




จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : TheBangkokInsight
คอลัมน์ Leading the New Edge: จุดจบของแวมไพร์แห่งทุ่งหญ้าสะวันนา
ฉบับวันที่ 2 ธันวาคม 2061