uploaded/content/201908/1564630281.jpg

Leading the New Edge : 'กระจก' ที่อยู่นอกบ้าน

ในห้องสัมมนาเรื่อง Why We Fear Feedback and How to Fix It ที่จัดขึ้นใจกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา วิทยากรเริ่มต้นด้วยการให้ผู้เข้าอบรมจับคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้สึก และปฏิกิริยาทางกายที่เกิดขึ้น เมื่อต้องรับฟีดแบ็คจากคนอื่น คู่ของผมมีอาชีพเป็นครูโรงเรียนมัธยม เธอเล่าให้ผมฟังว่าตอนที่มาเป็นครูใหม่ๆ เธอไม่ชอบให้ใครมาวิจารณ์การสอนของเธอ เพราะเธอเชื่อว่าสิ่งที่ทำดีเยี่ยมอยู่แล้ว เกียรตินิยมที่อยู่ใบปริญญามันรับประกันว่าเธอเพอร์เฟค

ทุกครั้งที่มีคนฟีดแบ็คเธอ ความดันในตัวจะสูงขึ้นทันที เธอเอาคำว่าฟีดแบ็คจัดไว้ในกลุ่มของคำหยาบคาย โดยเรียกมันว่า Dirty Words ดังนั้นเธอจะปฏิเสธมันทันทีที่ได้ยิน และจะพยายามยกข้ออ้างร้อยแปดเพื่อปกป้องว่าสิ่งที่เธอทำดีอยู่แล้ว

แม้เธอจะไม่ชอบรับฟีดแบ็ค แต่กลับอยากให้ฟีดแบ็คคนอื่น มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอเห็นเพื่อนครูทำหน้าที่ขัดหูขัดตา จึงเข้าไปฟีดแบ็ค และเธอต้องพบกับความแปลกใจ เมื่อเพื่อนคนนั้นยินดีที่จะรับฟังและพูดกับเธออย่างกัลยาณมิตรว่า “ฉันไม่เคยรู้เลยว่าน้ำเสียงของฉันจะทำให้เด็กกลัวจนไม่กล้าแสดงความเห็นในชั้นเรียน ต่อไปฉันคงต้องฝึกใช้น้ำเสียงให้นุ่มนวลขึ้น ถ้าเธอไม่บอกเรื่องนี้ ฉันคงเป็นครูที่ดีไม่ได้แน่ๆ เลย 

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอมองฟีดแบ็คในอีกมุมหนึ่ง มันไม่ใช่ Dirty Words อย่างที่เธอคิด แต่เป็น Magic Words ที่ช่วยให้คนมองเห็นข้อบกพร่องและเกิดการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นต่างหาก

วิทยากรในวันนั้นคือ M. Tamra Chandler ซึ่งเธอเป็นซีอีโอและผู้ก่อตั้ง People Firm บริษัทที่ปรึกษาที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นหนึ่งในบริษัทด้านการจัดการที่ดีที่สุดของอเมริกาในปี 2018 ได้ให้คำแนะนำไว้อย่างน่าสนใจว่า

หากต้องการจะหลุดพ้นจากความกลัวฟีดแบ็ค สิ่งแรกที่ต้องทำคือ สลัดความคิดเดิมแล้วติดตั้งระบบความคิดเกี่ยวกับคำว่าฟีดแบ็คเสียใหม่ มันไม่ได้แปลว่า “ด่า ” แต่แปลว่า “ช่วย ” มันคือข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงตรงมาที่เรา เพื่อช่วยให้เราเห็นในสิ่งที่เราไม่เห็น ไม่ต่างอะไรจากการหาของในที่มืด เราอาจต้องใช้เวลาอยู่นานเพราะมองไม่เห็น แต่ถ้ามีไฟฉายซักกระบอก เราจะหาของสิ่งนั้นได้เร็วขึ้น

ถ้าทุกเช้าเราต้องส่องกระจกก่อนออกจากบ้าน ก็จงคิดเสียว่า เพื่อนที่ให้ฟีดแบ็คแก่เรา เป็นกระจกอีกบานที่อยู่นอกบ้าน อย่าไปหัวเสียทุบกระจก แต่จงใช้มันทุกบานให้เป็นประโยชน์ เพื่อช่วยให้เรามองเห็น และพัฒนาตัวเองได้เร็วขึ้น เชื่อเถอะครับ! ชีวิตเราขาดกระจกไม่ได้หรอก
 




จักรพันธ์ จันทรัศมี
Consulting Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ออนไลน์ The Bangkok Insight
คอลัมน์ Leading the New Edge : ‘กระจก’ ที่อยู่นอกบ้าน
ฉบับวันที่ 25 กรกฎาคม 2562