uploaded/content/201808/1533781171.9347-jpg

“รู้อารมณ์ รู้อะไร”

ถ้าคุณรู้ว่าตอนนี้คุณกำลังรู้สึกอะไร บอกได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน สุข เศร้า เหงา ว้าเหว่ ปลอดโปร่งโล่งเบา หรืออารมณ์อะไรก็แล้วแต่ที่มันเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาของชีวิตบอกได้เลยว่าคุณคือคนกลุ่มน้อยที่น่าอิจฉาที่สุดในโลกคนที่สามารถเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองนั้นมีอยู่ไม่มาก ถ้าคุณเป็นหนึ่งในนั้นคุณคือผู้โชคดี เพราะสิ่งที่คุณจะได้นอกเหนือจากความสามารถในเรื่องนี้ คุณยังจะมีความสามารถพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมขึ้นมาอีกด้วยนั่นคือ...

...คุณสามารถเข้าใจความต้องการของตัวเอง

...คุณสามารถมองเห็นความต้องการของคนอื่น

...คุณสามารถแยกแยะเหตุและผลของเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างตรงไปตรงมา

...คุณจะรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า

และที่สำคัญที่สุด...คือ คุณจะรู้วิธีจัดการตัวคุณเอง

มนุษย์เราส่วนใหญ่ไม่สามารถแยกแยะความคิด อารมณ์และความรู้สึกออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าเราไม่เข้าใจตัวเอง ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรไม่รู้ว่าทำไมแสดงออกแบบนี้ สับสนเวลาใครถามถึงสิ่งที่เกี่ยวกับตัวเราหลายครั้งที่เราตอบไม่ได้ว่าเรารู้สึกอย่างไร หรือ ตอบในสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ถามและนั่นทำให้เราไม่สามารถจัดการตัวเราเองได้ จนบางครั้งก็ส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายและจิตใจของเราอย่างไม่รู้ตัวเพียงเพราะเราขาดความสามารถในการเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง

ลองดูภาพนี้ ...

Credit ภาพ : Pixabay


คุณรู้สึกอย่างไรกับภาพนี้?...

เมื่อลองให้ใครหลายๆ คนดู และถามคำถามเดียวกันนี้ ว่าเห็นภาพแล้ว “รู้สึกอย่างไร 

คำตอบที่ได้รับค่อนข้างหลากหลาย บ้างก็บอกว่า “สวย ” “สงบ ” “มีความสุข ” “สดชื่น 

บ้างก็ว่า “อุดมสมบูรณ์ ” “มีเมฆมาก เป็นธรรมชาติ ” “ผ่อนคลาย ” หรือ “พระอาทิตย์น่าจะกำลังตกดิน 

คุณว่าคำตอบข้างต้น มีกี่คนที่ตอบได้ตรงคำถาม เมื่อถามถึงความรู้สึกที่มีต่อภาพ ทำไมคำตอบที่ได้ถึงไม่ได้มีเฉพาะคำที่แสดงความรู้สึก

แต่กลับมีคำตอบที่แสดงถึงสิ่งที่อยู่ในความคิดและการตีความปนอยู่ด้วย

อะไรบ้างในคำตอบที่เป็นความคิด? และอะไรบ้างที่เป็นความรู้สึก?

สิ่งที่ออกมาจากความคิด คือสิ่งที่เรามองเห็นคุณลักษณะของสิ่งนั้น

บอกเล่าออกมาผ่านตรรกะและการตีความตามความรู้ มุมมองการใช้ชีวิต และประสบการณ์ของแต่ละคน เช่น “สวย ” “อุดมสมบูรณ์ ” “มีเมฆมาก ” “เป็นธรรมชาติ ” และ “พระอาทิตย์น่าจะกำลังตกดิน ” ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่นอกตัวของผู้พูดแทบทั้งสิ้น ส่วนสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก เป็นสิ่งที่ผู้พูดรับรู้ สัมผัสได้เมื่อเห็นหรือประสบกับสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น “สงบ ” “มีความสุข ” “สดชื่น ” และ “ผ่อนคลาย ” ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวของผู้พูดเอง

ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่คนเราจะพูดถึงสิ่งที่อยู่ในความคิดหรือความรู้สึกเพราะสองสิ่งนี้ผูกพันเชื่อมโยงจนแยกแทบไม่ออกบ่อยครั้งที่เราเลือกตอบโดยผ่านการใช้ความคิด ตรรกะและเหตุผลแทนที่จะตอบสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกของเราจริง ๆอาจเพราะเรามักคิดว่าการให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมหรือควรจะทำที่ผ่านมาเราเลยเลือกใช้สมองในการนำทางชีวิตจนเคยชินและมักละเลยบอกปัดเสียงที่อยู่ภายในใจ

หากเราพิจารณาดี ๆ จะพบว่าภายใต้การกระทำและการตัดสินใจในชีวิตของเราส่วนใหญ่นั้น ลึกๆ แล้วได้รับอิทธิพลและการผลักดันจากอารมณ์และความรู้สึกของเราแทบทั้งสิ้นจะดีแค่ไหนถ้าเราเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของเราได้ดีพอจนสามารถมองเห็นผลลัพธ์ที่ถูกอารมณ์และความรู้สึกผลักดันขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นคุณจะเริ่มเห็นความต้องการของตัวคุณเองมองเห็นความจำเป็นและแรงขับเคลื่อนในชีวิตของคนอื่น

คุณจะเข้าใจสถานการณ์และเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยมุมมองที่แตกต่างออกไปและสิ่งที่ดีที่สุดจากการรู้และเข้าใจในเรื่องนี้ก็คือคุณจะสามารถจัดการตัวคุณอารมณ์ของคุณ และการแสดงออกของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแค่ลองสังเกต ทำความรู้จักและตระหนักถึงการเกิดขึ้นของอารมณ์และความรู้สึกอันหลากหลายแล้วคุณจะพบว่าคุณสามารถรับมือกับมันและกลายเป็นมนุษย์ที่มีความสุขมากขึ้น และสามารถอยู่ร่วมกับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ได้อย่างสงบสุขขึ้นอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

เหมือนที่ Antonio R. Damasio นักประสาทวิทยาและผู้อำนวยการของสถาบัน Brain and Creativity Institute (BCI) ของมหาวิทยาลัยเซาเทิร์นแคลิฟอร์เนีย (University of Southern California) ได้กล่าวไว้ว่า เราไม่ใช่เครื่องจักรทางความคิดที่มีความรู้สึก แต่เราคือเครื่องจักรทางความรู้สึกที่มีความคิด เห็นรึยังว่าแค่รู้อารมณ์ คุณจะได้อะไร

 

 



ธสุพรรณี ไกรมะเริง
หัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้านการโค้ช
บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป จำกัด

ที่มา : ธรรมะ-จิตใจโพสต์ทูเดย์เว็บไซต์ออนไลน์ ชื่อ 40+ รับวัยว้าวุ่น
คอลัมน์ “รู้อารมณ์ รู้อะไร”
ฉบับวันที่ 2 ส.ค. 2561