uploaded/content/202001/1578543252.6994-jpg

K SME Inspired : 2020 เปลี่ยนองค์กร ก้าวสู่ทศวรรษใหม่

ปีนี้มีใครตั้งปณิธานปีใหม่กันบ้าง?

มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่เอาฤกษ์เอาชัยตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ให้กับชีวิตในวันปีใหม่
แต่เชื่อไหมค่ะว่ามีคนที่สามารถทำเป้าหมายนั้นสำเร็จเพียง 8% เท่านั้น

แต่ปีนี้จะไม่เหมือนปีก่อน ๆ เพราะการเข้าสู่ “2020” นอกจากจะเข้าสู่ปีใหม่ ยังถือว่าเรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่ มีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่ถือโอกาสหันมาทบทวนเป้าหมาย กลยุทธ์ และวางตำแหน่งการแข่งขันใหม่

ในยุคที่ปัจจัยภายนอกเข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจทั้งแรง เร็ว แบบที่เราไม่คุ้นเคยหรือมีประสบการณ์มาก่อน การศึกษาเทรนด์อนาคตที่จะเข้ามากระทบต่อธุรกิจทั้งในแง่โอกาสและภัยคุกคามจึงทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อการทบทวนเป้าหมายใหม่ กลยุทธ์ใหม่เพื่อให้ธุรกิจรีบคว้าโอกาสทันท่วงที และสามารถวางแผนป้องกันภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นทั้งจากในและนอกอุตสาหกรรม รวมถึงตอบสนองความต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

เมื่อเดือนที่แล้วดิฉันได้มีโอกาสไปฟังเรื่องเทรนด์แห่งอนาคต จัดโดยสถาบัน TrendWatching มีข้อมูลหลายอย่างที่น่าสนใจและ อยากแชร์ข้อมูลสถิติที่น่าจับตามองในมุมมองผู้นำองค์กรแห่งอนาคต

1. ผสานความร่วมมือระหว่างคนและหุ่นยนต์ (Human-Robot Partnership)

ในวันนี้โลกที่แท้จริงกับโลกเสมือนแทบจะซ้อนกันเป็นโลกใบเดียวกัน สำหรับผู้บริโภคนิวเจนแล้ว ระหว่างหุ่นยนต์กับคนแทบไม่มีอะไรต่างกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคเจนใหม่ที่เปลี่ยนไป การใช้เทคโนโลยีร่วมกับคน จึงยังเป็นเทรนด์ที่ผู้นำนำมาใช้เป็นกลยุทธ์เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ

Newzoo เผยผลการศึกษาผู้บริโภคทั่วโลกพบใช้จ่ายเงินถึง 152 พันล้านดอลล่าร์ต่อปีไปกับการเล่นเกมส์ ซึ่งเพิ่มจากปี 2018 ถึง 10% และเกมส์ในทศวรรษนี้ไม่เหมือนกับทศวรรษที่ผ่านมาเพราะเกมส์กลายเป็นช่องทางสื่อสารแบรนด์ได้อย่างดีเยี่ยม เช่น Wendy’s ร้านไก่ทอดคล้ายๆ KFC และ McDonald ได้ใช้เกมส์เป็นจุดที่ทำให้แบรนด์ของเขาใกล้ชิดกับกลุ่มลูกค้าที่เด็กลง โดยโปรโมทจุดแข็งของ Wendy’s ว่าทำสดไม่ใช้เนื้อแช่แข็ง ด้วยการชวนลูกค้ามาเป็นพวกด้วยการเล่นเกมส์ภายใต้แคมเปญ Keeying Fortnite Fresh พากันไปทำลายตู้เย็นที่แช่เนื้อทำเบอร์เกอร์ในร้าน Fast Food ในเกมส์ จนทำให้แบรนด์ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่บนโลกออนไลน์ทีเดียว

นอกจากนี้เรากำลังบอกลายุคพรีเซนเตอร์นางแบบนายแบบโฆษณามนุษย์ตัวเป็น ๆ เข้าสู่นางแบบนายแบบที่เรียกว่า Virtual Influencer เช่น Lilmiquela หญิงสาวหน้าตาดีสัญชาติบราซิล-อเมริกันวัย 19 ปี ที่เป็นทั้งนางแบบ นักร้อง และอินฟลูเอนเซอร์ ปัจจุบันเธอมียอด Followers ถึง 1.8 ล้านคนในอินสตาแกรม ที่สำคัญคือเธอไม่ใช่มนุษย์ สาวหุ่นยนต์ในโลกไซเบอร์นี้ปัจจุบันทำงานร่วมกับมนุษย์อย่าง Bella Hadid นางแบบสาวชาวอเมริกัน ในการเป็นพรีเซนเตอร์ร่วมกันให้กับแบรนด์ Calvin Klein ซึ่งมีคนเป็นจำนวนมากที่เข้าไปคอมเม้นท์พูดคุยกับ Lilmiquela โต้ตอบกันราวกับเธอคือมนุษย์

2. ดำเนินธุรกิจด้วย Purpose

ในปี 2030 จะมีประชากรประมาณ 8.5 พันล้านคนทั่วโลกที่ดื่ม กิน เดินทาง จับจ่ายใช้สอย ซึ่งจะมากกว่าปี 2020 ถึง 1 พันล้านคน การเพิ่มขึ้นของประชากรภายใต้ทรัพยากรโลกที่เหลือน้อยลงทุกที ถึงเวลาแล้วที่องค์กรจะกลับมาทบทวนเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง เปลี่ยนจากการมองเป้าหมายระยะสั้น ยอดขาย กำไรไปสู่เป้าหมายระยะยาวที่เรียกว่า Purpose นั่นคือดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดสร้างความยั่งยืนให้แก่โลกใบนี้ พร้อมสื่อสาร ผลักดันให้คนในองค์กรเห็นความสำคัญ สร้างความสอดคล้องระหว่าง Purpose องค์กรและ Purpose ของพนักงาน เพราะคนที่จะสามารถถ่ายทอดและนำพาให้ Purpose เหล่านี้เป็นจริงได้ ก็คือพนักงานแต่ละคนนั่นเอง

3. การดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสุขภาพของพนักงาน (Wellness Engineer)

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา WHO รายงานว่าคน 9 ใน 10 คนทั่วโลก กำลังสูดเอามลพิษเข้าไปในปอด ปัจจุบันคนทั่วไปหันมาใส่ใจสุขภาพ คุณภาพชีวิต ในฐานะผู้นำองค์กรไม่ควรพลาดเทรนด์นี้นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ออกมาเปิดเผยว่า องค์กรใดให้ความสำคัญกับเรื่อง สุขภาพและนำเรื่องสุขภาพมาเป็นหนึ่งในกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร (Wellness Culture) ถือเป็นองค์กรที่อยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ ทางธุรกิจของโลกยุคนี้ บทบาทใหม่ของผู้นำแห่งอนาคต คือการสร้างวัฒนธรรมสุขภาพ Wellness Culture ซึ่งจะกลายเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้องค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน





ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : นิตยสารออนไลน์ K SME Inspired โดยธนาคารกสิกรไทย
คอลัมน์ Management 2020 เปลี่ยนองค์กร ก้าวสู่ทศวรรษใหม่
ฉบับ ประจำเดือนมกราคม 2563