uploaded/content/201904/1554276472.1639-jpg

โลกแห่งการเรียนรู้ อินเทรนด์ไม่ได้แปลว่า Work

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป ได้จัดงาน Envision Learning 2030: Make It Real ให้กลุ่มลูกค้าทั้งองค์กรขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก เพื่อติดตามกระแสการเรียนรู้และพัฒนาคนรวมถึงนวัตกรรมการเรียนรู้ในอีก 10 ข้างหน้า ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติมาแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับนวัตกรรมการเรียนรู้ในอนาคต และอะไรที่เหมาะกับโลกแห่งความเป็นจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนรู้ในองค์กร (Workplace Learning)


บทสรุปของทิศทางการเรียนรู้ในอีก 10 ปีข้างหน้าคือ
1. ทุกที่คือห้องเรียน การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่ในห้องเรียนเท่านั้น และไม่มีกำหนดขอบเขตเวลาที่ชัดเจนว่าต้องเรียน 6  ปีจบมัธยมศึกษา หรือ 4 ปีจบมหาวิทยาลัย  
2. ค่าของการได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างทั้งเพื่อน เพื่อนร่วมงาน คู่แข่ง สังคม ในความสามารถของผู้เรียน การันตรีความสามารถของผู้เรียนมากกว่าใบปริญญา
3. Corporate University ยังคงเป็นกระแสที่จะเกิดมากยิ่งขึ้น เพื่อเพาะบ่มบุคลากรที่ตรงกับศักยภาพ วัฒนธรรม ค่านิยม ที่องค์กรต้องการ
4. การนำเครื่องมือต่างๆ ตามกระแสมาใช้เช่น OKRs, Agile, MOOC และ อื่นๆ ต้องพิจารณาว่าอันไหนเหมาะกับเราและจะใช้อะไรผสมผสานกันบ้าง ไม่แต่แปลการนำของใหม่มาใช้ทั้งหมดจะเหมาะกับทุกองค์กร ขึ้นกับความพร้อมและปัจจัยอื่นๆ

นอกจากนี้ บริษัสลิงชอทกรุ๊ป ยังได้แชร์ผลการศึกษาล่าสุดโดย Linkedin Learning (2018) เกี่ยวกับเทรนด์การเรียนรู้ในองค์กร

5 เทรนด์ การเรียนรู้ในองค์กรที่มาแรงรับการเปลี่ยนแปลงสังคม เทคโนโลยี พฤติกรรมของผู้เรียนรู้ทั้งในวันนี้และในอนาคต
1. การพัฒนาด้าน Soft Skills ยังคงมาแรงที่สุด ทั้งนี้เพื่อช่วยลดผลกระทบและช่วยสร้างสมดุลของการเติบโตของออโตเมชั่น
2. ต้องเน้นทั้งการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับปัจจุบันและทักษะสำหรับอนาคต
3. ใช้เทคโนโลยีการเรียนรู้มาช่วย เพื่อตอบโจทย์คนทุกเจนเนอเรชั่น
4. สร้างการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มที่พนักงานใช้และคุ้นเคยในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
5. ดึงหัวหน้างานเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้

ส่วนทักษะยอดฮิต 3 ทักษะที่องค์กรยังต้องพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางธุรกิจคือ
1.ทักษะความเป็นผู้นำ (65%-74%)
2.ทักษะการสื่อสาร (64%-66%)
3.ทักษะการประสานร่วมมือ (50%-55%)




นอกจากนี้ยังพบว่าการเรียนรู้ผ่านการจัดหลักสูตรภายในองค์กร (In-house instructor-led classes) ยังเป็นเทรนด์ยอดนิยมสำหรับการเรียนรู้ในองค์กร เพราะไม่เพียงจะช่วยเพิ่มความรู้ทักษะ แต่ยังสร้างความผูกผันให้กับพนักงาน (Engagement) และช่วงสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่เพื่อนช่วยเพื่อน หน้าช่วยลูกน้องได้อีกด้วย


ดังนั้นแม้ผู้เรียนรู้ยุคใหม่จะมีพฤติกรรมส่วนตัวที่ถนัดกับการเรียนรู้แบบออนไลน์ แต่เมื่อเป็นการเรียนรู้ในองค์กรและต้องการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต้องผสมผสานการเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะกับคนในองค์กร เช่นจัดคลาส พร้อมเสริมด้วยเรียนออนไลน์ เน้นการสร้างวัฒนธรรมนำความรู้ไปใช้จริงในงานผ่านหัวหน้างาน เป็นต้น
การแจก Password ให้พนักงานไปเรียนออนไลน์กันเองอาจดูอินเทรนด์ แต่คำถามคือจริงๆ แล้วมัน Work ไหมสำหรับองค์กร เพราะการศึกษาล่าสุดพบว่าพนักงานถึง 68% ยังอยากเรียนรู้ในที่ทำงาน 56% จะเรียนในสิ่งที่หัวหน้าแนะนำ ดังนั้นการดึงเอาหัวหน้าเข้ามามีส่วนในกระบวนการเรียนรู้จึงถือเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุดของการเรียนรู้ในองค์กร


โดยสรุปข้อคิดสำคัญที่องค์กรต่าง ๆ ได้สำหรับคือ วันนี้องค์กรไทยแตกต่างจากเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ที่เราเติบโตพอที่จะสร้างนวัตกรรมของเราเองแทนการไปหยิบเอาของต่างชาติมาใช้ การรู้ทันกระแสช่วยให้เราตื่นตัวว่าจะเจออะไรในอนาคต แต่ไม่ใช่ตามกระแส ในขณะที่กำลังมองหาของใหม่ ควรหันกลับมามองที่องค์กรของเราจริงๆ ว่าอะไรกันแน่ที่เหมาะและ Work กับเรามากกว่า และใช้ผสมผสาน ทำมันในแบบของเรา และสำเร็จได้ในแบบของเรา
 




ดร. สุทธิโสพรรณ ช่วยวงศ์ญาติ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : นิตยสารออนไลน์ K SME Inspired โดยธนาคารกสิกรไทย
คอลัมน์ โลกแห่งการเรียนรู้ อินเทรนด์ไม่ได้แปลว่า Work
ฉบับประจำเดือนเมษายน 2562