uploaded/content/201905/1556868136.jpg

เอชอาร์ คอร์เนอร์  เรื่องใช้พระเดช-พระคุณให้เป็น

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้นำประสบความสำเร็จคือการใช้อำนาจ (Power) ที่มีได้อย่างเหมาะสม

เมื่อพูดถึงอำนาจ คนส่วนใหญ่มักคิดถึงตำแหน่ง เพราะเชื่อว่าถ้ามีตำแหน่งก็จะมีอำนาจ หากไม่มีตำแหน่งก็ไม่มีอำนาจ ยิ่งตำแหน่งสูง ยิ่งมีอำนาจมาก

อันที่จริง เป็นความเข้าใจที่ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว

ในชีวิตความเป็นจริง ผู้นำหลายคนที่มีตำแหน่งใหญ่โต ก็ไม่ได้มีอำนาจมากมายขนาดสั่งให้ใครซ้ายหันขวาหันได้ทั้งหมด ในทางกลับกัน คนบางคนไม่มีตำแหน่งหน้าที่อย่างเป็นทางการ แต่มีคนเกรงใจ บอกให้ไปซ้ายก็ซ้าย บอกให้ไปขวาก็ขวาได้

ในทางการบริหาร อำนาจแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ อำนาจที่มาจากตำแหน่ง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Position Power และ อำนาจเฉพาะตัว ภาษาอังกฤษเรียกว่า Personal Power (ภาษาไทยมีชื่อเรียกคล้ายๆ กันแม้จะไม่ตรง 100%  ว่าพระเดชและพระคุณ ตามลำดับ โดยพระเดช มีความหมายใกล้เคียงกับ Position Power ในขณะที่พระคุณ ใกล้เคียงกับ Personal Power)

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยทั้งพระเดชและพระคุณประกอบกัน

ปัจจัยที่ช่วยเสริมสร้างพระเดช (Position Power) ให้เข้มแข็ง ประกอบไปด้วยปัจจัย 3 ประการ

อำนาจในการให้คุณ (Rewarding Power) -- ผู้ที่สามารถให้ประโยชน์หรือเอื้อประโยชน์กับผู้อื่นได้ เป็นผู้ที่มีอำนาจ และนี่คือเหตุผลที่อธิบายว่า เหตุใดจึงมีผู้คนมากมายพยายามห้อมล้อม พินอบพิเทาผู้มีอำนาจอยู่เสมอๆ เพราะคนเหล่านั้นสามารถให้ "คุณ" กับพวกเขาได้

อำนาจในการให้โทษ (Coercive Power) - ผู้ที่สามารถลงโทษหรือบันดาลผลลัพธ์ที่เป็นลบให้กับผู้ที่ไม่เชื่อฟังหรือไม่ปฏิบัติตามได้ เป็นผู้มีอำนาจ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนหลายคนยอมทำตามนโยบายและข้อกำหนดต่างๆ ทั้งๆ ที่ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงกลัวอำนาจในการให้โทษนี้

แบ็คอัพดี มีผู้ใหญ่สนับสนุน (Connection Power) - การมีเส้นสายดีและมีผู้ใหญ่สนับสนุน ทำให้ Position Power แข็งแรงขึ้น ถึงแม้ตัวเองอาจไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โต แต่ถ้าเป็นคนใกล้ชิดของผู้ใหญ่หรือเข้าถึงแหล่งอำนาจได้ ผู้นั้นก็มีอำนาจเช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายๆ คือ เลขาของผู้บริหารระดับสูง แม้ตำแหน่งเลขาจะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่เนื่องจากอยู่ใกล้ผู้บริหาร จึงทำให้ผู้คนเกรงใจ

สำหรับอำนาจส่วนบุคคล (Personal Power) อาศัยปัจจัย 3 อย่าง ในการช่วยเสริมสร้างให้เข้มแข็ง ได้แก่

ความเก่ง ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ (Expert Power) - คนเก่ง มักมีคนเชื่อฟังและทำตาม หากผู้ตามมั่นใจในความสามารถของผู้นำ การบริหารทีมมักจะราบรื่น ในทางกลับกัน หากผู้ตามไม่เชื่อมั่นว่าผู้นำเป็นคนเก่ง บางทีการมีตำแหน่ง ก็ไม่สามารถช่วยให้การนำพาทีมประสบความสำเร็จได้

รู้กว้าง รู้เยอะ มีข้อมูลมาก (Information Power) - บางครั้ง ผู้นำอาจเก่งหรือมีความเชี่ยวชาญความชำนาญสู้ลูกทีมไม่ได้ พูดง่ายๆ คือ รู้ลึกไม่เท่าลูกน้อง แต่ถ้ารู้เยอะกว่า รู้มากกว่า รู้กว้างกว่า ก็ยังสามารถสร้างการยอมรับให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน

การวางตัวเหมาะสม (Referent Power) - ความเป็นคนดี มีคุณธรรม รักษาคำพูด สามารถช่วยเสริมสร้างความยอมรับให้เกิดขึ้นได้ ผู้นำที่ประสบความสำเร็จหลายคนบนโลกใบนี้ อาจไม่มีตำแหน่งใหญ่โต แต่เพราะการวางตัวของท่าน ทำให้มีผู้ที่ศรัทธาและเชื่อฟังรวมทั้งทำตามมากมาย ตัวอย่างเช่น มหาตมะคานธี แม่ชีเทเรซ่า นางอองซานซูจี ตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้เล่นการเมือง เป็นต้น

ปัจจัยทั้ง 6 อย่างนี้ หากดูแลรักษาให้ดี สามารถงอกเงยเพิ่มพูนได้ ในทางกลับกัน หากใช้ไม่ดี ก็มีโอกาสที่จะเสื่อมถอยลดลงได้เช่นกัน ดังนั้นลองสังเกตดูว่า ตนเองมีทั้งพระเดชและพระคุณพร้อมสรรพหรือไม่

การบริหารทั้งอำนาจที่มาจากตำแหน่ง (Position Power) และอำนาจส่วนบุคคล (Personal Power) อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นเกราะป้องกันการดำเนินชีวิตให้เจริญก้าวหน้าและประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม อำนาจเป็นเสมือนดาบสองคม หากนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ก็อาจเป็นภัยต่อทั้งตนเองและผู้อื่นได้เช่นกัน
 




อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
ผู้ก่อตั้ง
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ประชาชาติธุรกิจ
คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์  เรื่องใช้พระเดช-พระคุณให้เป็น
ฉบับวันที่ 3 พฤษภาคม 2562