uploaded/content/201806/1528973169.2407-jpg

เลือกเป็นได้ในจุดที่ยืน

ฉันคิดว่าเขากำลังรู้สึกไม่โอเคกับฉันอยู่นะ

คนที่เขากำลังตำหนิต้องหมายถึงฉันแน่ ๆ เลย

ฉันทำอะไร ๆ ก็ไม่เคยดี ไม่เคยถูกใจใครหรอก

เกิดปัญหาอะไรขึ้นก็ต้องมาโทษว่าเป็นความผิดของฉันทุกที

ความสามารถอย่างฉันคงทำไม่ได้หรอก

ประโยคเหล่านี้คือประโยคทั่ว ๆ ไปที่เรามักจะได้ยินในชีวิตประจำวันของเรา และบางครั้งเราก็เป็นคนพูดประโยคเหล่านี้เพื่อบ่น ระบาย ขอความเห็นใจหรือแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนหรือใครสักคนที่เราไว้วางใจพอ คุณคิดว่าในคำพูดเหล่านี้อะไรคือความจริงบ้าง หลายครั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตของเราในหลากหลายแง่มุม เรายอมตกเป็นผลลัพธ์ (Effect) หรือเหยื่อของสถานการณ์ต่าง ๆ เพียงเพราะเราเข้าใจว่าสิ่งที่เราเห็น สิ่งที่เราได้ยิน และสิ่งที่เรารู้สึกต่าง ๆ นานานั้นเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อพิจารณาดี ๆ เราจะพบว่าคำพูดส่วนใหญ่มักมาจากความเชื่อ ความคิด ประสบการณ์ชีวิต การคาดเดา การตีความและการให้ความหมายของผู้พูดทั้งสิ้น เราไม่พบข้อเท็จจริง เราไม่ทันได้เห็นหลักฐาน เราได้ยินได้ฟังเพียงข้อสังเกตหรือความคิดเห็นของคนคนหนึ่งที่มีต่อตนเอง ต่อบุคคลอื่น หรือต่อสถานการณ์หนึ่งๆ เท่านั้น

ประโยคข้างต้นคือตัวอย่างคำพูดของคนที่มองว่าตัวเองกำลังตกเป็นผลลัพธ์ หรือ Effect ของสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ส่งผลในแง่ลบทั้งต่อตัวเอง ต่อบุคคลอื่น ต่อสังคมรอบข้างและอาจรวมไปถึงมุมมองต่อโลกใบนี้ด้วย เมื่อลองพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งจะพบความจริงที่ว่า ในแต่ละสถานการณ์และสภาพแวดล้อมต่าง ๆ คนที่กำหนดบทบาท ความเป็นไป ความได้เปรียบเสียเปรียบ และจุดที่ยืนอยู่คือตัวเราเองแทบทั้งสิ้น เราเลือกที่จะเป็นใครในสถานการณ์ต่าง ๆ เลือกที่จะเป็นผู้กำหนดเส้นทางให้ตัวเองเดินไป หรือ เลือกที่จะเป็นผู้เดินตามเส้นทางที่คนอื่นหรือสิ่งอื่นกำหนด

กฎของเหตุและผล (Law of Cause and Effect) กล่าวไว้ว่าทุก ๆ ผลลัพธ์เกิดมาจากสาเหตุหรือการกระทำที่เฉพาะเจาะจงและคาดการณ์ได้ และในทางกลับกัน ในทุกสาเหตุและการกระทำมีผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงและคาดการณ์ได้รออยู่เช่นเดียวกัน นั่นหมายความว่า “เราสร้างเหตุอย่างไรเราคาดหวังผลลัพธ์อย่างนั้นได้เสมอ ” ถ้าเราสร้างเหตุที่ดี ตัดสินใจ
ได้ดี เลือกวิธีการลงมือทำได้ดี ตอบสนองสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม เราสามารถคาดหวังผลลัพธ์ที่ดีที่จะเกิดขึ้นตามมาได้อย่างแน่นอน อาจเป็นไปได้ว่าแม้เราสร้างเหตุทุกอย่างไว้อย่างดีแล้ว แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ยังไม่ตรงกับความคาดหวังเกิดขึ้น ต้องเจอกับความผิดพลาดและสิ่งที่ไม่คาดฝัน วันนั้นคุณจะมีทางสองทางให้เลือกเดิน ทางแรกคือเลือกเป็นผลลัพธ์ (Effect) หรือเหยื่อในสถานการณ์นี้ ยอมเดินตามเส้นทางที่ไม่พึงประสงค์ ยอมล้มเหลวตามปัจจัยและองค์ประกอบภายนอกต่าง ๆ ที่ควบคุมไม่ได้ เฝ้าโทษตัวเอง โทษคนอื่น โทษโชคชะตาที่ไม่เข้าข้าง และยอมรับสภาพความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้น หรือทางที่สองคือเลือกเป็นผู้กำหนดเส้นทางเดินด้วยตัวของคุณเอง เลือกจะยืนในจุดที่เป็นเหตุ (Cause) กลับมามองสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยความพยายามที่จะเรียนรู้ ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังไว้ คุณสามารถเลือกที่จะมองถึงแง่คิดดี ๆ ที่ได้รับจากความล้มเหลวที่เกิดขึ้น เลือกที่จะขอบคุณความผิดพลาดและใช้เป็นบทเรียนที่จะไม่ทำผิดซ้ำ เลือกที่จะมองว่ายังมีเป็นโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เลือกที่จะลุกขึ้นยืนและเดินต่อไปยังเป้าหมายอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ เลือกที่จะสร้างเหตุดีใหม่ๆ ที่แตกต่างจากเดิมขึ้นอีกครั้ง ในเส้นทางสายนี้คุณเป็นผู้กำหนดและสามารถเลือกได้ทั้งสิ้น

กฎของเหตุและผล (Law of Cause and Effect) ยังชี้ชัดอีกว่า...

ความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามในด้านต่าง ๆ คือผลลัพธ์โดยตรงของสาเหตุและการกระทำที่เฉพาะเจาะจง ความสำเร็จที่เกิดจากความพยายามในด้านต่าง ๆ คือผลลัพธ์โดยอ้อมของสาเหตุและการกระทำที่เฉพาะเจาะจง

ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะมีโอกาสหรือความโชคดี มันไม่ได้อยู่ภายนอกตัวคุณ และคุณสามารถเป็นผู้สร้างความสำเร็จได้ด้วยตัวเอง

ดังนั้นไม่ว่าความสำเร็จใด ๆ ที่เกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ย่อมเกิดจากเหตุและการกระทำที่ตั้งใจจะสร้างขึ้นมาเสมอ ไม่มีอะไรบนโลกใบนี้เกิดขึ้นมาด้วยความบังเอิญ ข่าวดีในเรื่องนี้ก็คือมนุษย์ทุกคนสามารถจะเลือกเป็น เหตุ (Cause) หรือ ผลลัพธ์ (Effect) ในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตัวของตัวเอง จงเลือกจุดที่คุณอยากยืนด้วยตัวของคุณเอง





สุพรรณี ไกรมะเริง
หัวหน้าทีมที่ปรึกษาฝ่ายการโค้ช
บริษัท สลิงชอท โคชชิง จำกัด

ที่มา :ธรรมะ-จิตใจ โพสต์ทูเดย์เว็บไซต์ออนไลน์ ชื่อ 40+ รับวัยว้าวุ่น
คอลัมน์ เลือกเป็นได้ในจุดที่ยืน
ฉบับวันที่ 12 มิถุนายน 2561