/

วิถีผู้นำ…เพียงแค่เปลี่ยนความคิด ... ชีวิตก็เปลี่ยน

เมื่อวานตอนเช้า ผมไปโค้ช CEO ของบริษัทผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products) ที่มีชื่อเสียงและ ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ทุกครั้งที่ไปคุยกัน กลายเป็นว่าผมได้ความรู้จากท่าน มากกว่าท่านได้ความรู้จากผม

ครั้งนี้ท่านเล่าให้ฟังว่า ...

ผมเป็นผู้บริหารที่ไม่เก่ง ภาวะผู้นำ (Leadership) ไม่ดี ตามหามาหลายปีว่าจะทำตัวยังไงดี จนกระทั่ง 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาสดู VDO Clip สั้นๆ ของ Simon Sinek เขาบอกว่า คุณไม่มีวันเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพได้ ถ้ายังไม่ได้มองพนักงานเป็นเสมือนสมาขิกในครอบครัว  

ท่านเลยได้ไอเดียว่า การจะเป็นผู้นำที่ดี ต้องเริ่มต้นจากการปรับเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) ของตัวเองเป็นอันดับแรก เมื่อก่อนไม่เคยมองว่าพนักงานคือสมาชิกของครอบครัว มองว่าพนักงานคือลูกจ้าง จ่ายเงินเดือนให้แพงๆ ก็ต้องทำงานให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป และโดยไม่ได้ตั้งใจ เลยเน้นแต่งานกับตัวเลข ประชุมทุกคร้ังก็ไล่บี้ผลงาน ใครทำไม่ได้ ก็ให้ออกไป

พอปรับวิธีคิดใหม่ มองว่าลูกน้อง เป็นเสมือน “ลูก ” หรือ “น้อง ” วิธีการบริหารก็เปลี่ยนไปทันที เริ่มตั้งแต่การสัมภาษณ์ คราวนี้แทนที่จะคิดว่า สัมภาษณ์เพื่อรับมาเป็นพนักงาน มองใหม่เป็น “สัมภาษณ์เพื่อรับมาเป็นลูก ” ...​ โห ความรู้สึกต่างกันเยอะเลย

พอพนักงานเข้ามา เราก็มีหน้าที่ทำให้เขาสำเร็จ รักเขา สนับสนุนและส่งเสริมเขา ถ้าทำผิดก็ดุด่าพอสมควร แต่พอคิดว่าเป็นลูก แค่นั้น ... พฤติกรรมเปลี่ยนเลย

ท่านเล่าให้ผมฟังว่าเริ่มทำมาได้สักระยะแล้ว รู้สึกดีขึ้นมาก เพียงแค่ปรับความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน

อีกเรื่อง ท่านเล่าให้ฟังว่า มีเศรษฐีเจ้าของธุรกิจใหญ่ในเมืองไทย มาปรึกษาว่า ทำไงดี กลุ้มใจกับภรรยา

เรื่องมีอยู่ว่า ... เศรษฐีท่านนี้เป็นน้องคนเล็ก แต่เป็นกำลังหลักในการบริหารธุรกิจกงสีของครอบครัว (ธุรกิจที่พี่ๆ น้องๆ ลูกๆ หลานๆ ร่วมกันเป็นเจ้าของ) ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทุ่มเทสุดๆ แต่เวลาแบ่งเงิน พี่ๆ น้องๆ รวมทั้งเขยและสะใภ้ ได้เท่ากันหมด ที่สาหัสไปกว่านั้นคือยังต้องดูแลอดีตสะใภ้ของพี่ใหญ่ที่เลิกลากันไปนานแล้ว อีกหลายคนด้วย

ภรรยาเลยสงสัยว่า “จะเหนือยแบบนี้ไปเพื่ออะไร ทำไมไม่ออกมาทำธุรกิจของตัวเอง แล้วให้พี่น้องคนอื่น ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย มาบริหารบ้าง ? 

ท่านเล่าต่อว่า “ผมก็ไม่มีคำตอบ แต่เล่าเรื่องชีวิตผมให้ฟังแทน 

...สมัยเด็กๆ คุณพ่อก็ทำงานหนักในธุรกิจกงสีเช่นกัน ผมเห็นอาเจ็ก อาแปะ ที่เป็นพี่ๆ น้องๆ ของพ่อ ไม่ทำอะไรเลย ได้แต่นั่งๆ นอนๆ ทุกวันตอนเย็น ก็แอบหยิบเงินจากลิ้นชักกลับบ้านครั้งละร้อยสองร้อย (เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว ถือว่าเยอะมากกกกก) เลยถามพ่อว่า ทำไมต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว ...

พ่อบอกว่า เวลามีคนไปถามคนเฒ่าคนแก่ที่มีชีวิตเหลืออยู่ไม่มากแล้วว่า หากย้อนเวลากลับไปได้ อยากแก้ไขอะไร เกือบร้อยทั้งร้อย ตอบว่า อยากดูแลความสัมพันธ์ของคนใกล้ชิดให้ดีกว่าที่ผ่านมา

แล้วพ่อก็สอนว่า การทำงานให้ครอบครัว อาจไม่ได้ทำให้ร่ำรวยมากนัก แต่ความสัมพันธ์กับพี่ๆ น้องๆ ดี หากแยกตัวออกมาทำเอง เราอาจรวยขึ้นกว่านี้อีกนิดหน่อย แต่จะรวยเพิ่มขึ้นไปเพื่ออะไร หากพี่น้องแตกแยกกัน อากงอาม่าและบรรพบุรุษคงไม่สบายใจ แล้วพอใกล้ตาย ก็มาเสียใจว่า เราน่าจะรักษาความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดให้ดีกว่านี้ อย่างนี้ ไม่มีประโยชน์ ...

พอเล่าจบ เศรษฐียกมือไหว้ขอบคุณ แล้วบอกว่า “ผมได้คำตอบแล้ว ! 





อภิวุฒิ  พิมลแสงสุริยา
Founding Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ฐานเศรษฐกิจ
คอลัมน์ เอชอาร์ 4.0: วิถีผู้นํา...เพียงแค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน
ฉบับวันที่ พฤหัสบดี 18 - เสาร์ 20 เมษายน 2562