uploaded/content/201812/1544077581.7251-jpg

บริหารคน บริหารงาน : อัจฉริยะหางด้วน

ลูกของคุณแม่ถามคำถามแหวกแนวเกินไปค่ะ ”  อีกแล้วหรือนี่ ดิฉันถูกเรียกพบผู้ปกครองจนหน้าชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ดิฉันจำได้ดีว่าเมื่อลูกชายดิฉันเริ่มขึ้นประถมหนึ่ง ดิฉันถูกครูประจำชั้นเรียกพบผู้ปกครองบ่อยมากด้วยสาเหตุคล้ายๆ กัน เช่น ถามคำถามบ่อยเกินไป หรือคำถามไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียน จนครูไม่สามารถสอนต่อได้ ตอนนั้นดิฉันเครียดและกลุ้มใจมาก เพราะไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร ใจหนึ่งก็อยากสนับสนุนให้ลูกเป็นเด็กช่างสงสัย มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ใจหนึ่งก็เห็นใจครูที่ไม่รู้ว่าจะจัดการกับปัญหาในห้องเรียนได้อย่างไร

ผลจากการวิจัยด้านจิตวิทยาการศึกษากล่าวว่าเด็กที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality) สูงสุดในห้องมักเป็นเด็กที่ครูชอบน้อยที่สุด

คุณพอจำได้ไหมคะว่าสมัยเรียน คุณมีเพื่อนที่เรียกว่าเป็นเด็กหลังห้อง ชอบท้าทายครู ไม่ชอบกฎเกณฑ์ คิดแหวกแนวนอกคอก กวนครูไม่เว้นวัน คุณมีเพื่อนที่เป็นเช่นนี้หรือไม่ หรือมองกลับมาที่ตัวเอง คุณเคยมีคำถามที่อยากท้าทายครูบ้างหรือไม่ คุณอาจเป็นหนึ่งในเด็กหลังห้อง ที่ถูกทำโทษหน้าห้องประจำ หรือคุณอาจเป็นเด็กกลางๆ ที่แอบเก็บคำถามไว้ไม่กล้าปริปาก

ด้วยความที่ลูกชายของดิฉันเป็นเด็กช่างพูดและตัวเล็ก จึงอดไปอยู่หลังห้อง ลูกนั่งอยู่หน้าสุดและมักขัดครูไม่เว้นวัน ลองคิดดูซิคะว่าครูจะปวดหัวแค่ไหน

เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าจะเป็นช่วงเริ่มต้นธุรกิจที่ต้องแสวงหาความแตกต่างมัดใจลูกค้า ช่วงกลางที่ต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ มาสร้างคลื่นลูกสอง ช่วงอิ่มตัวที่ต้องท้าทายวิถีการทำงานเดิมๆด้วยทัศนะใหม่

แต่แล้วความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในองค์กรกลับถูกบล๊อคด้วยความกลัวที่จะแตกต่าง จากการสำรวจพบว่า 85% ของพนักงานบริษัทยอมรับว่าตนเองมักปิดปากเงียบไม่รายงานปัญหาสำคัญกับหัวหน้า เพียงคิดว่าเด่นไปจะเป็นภัย จึงยอมว่ายตามน้ำทั้งๆที่รู้ว่าทางข้างหน้าอาจเจอเหวลึก

ดิฉันได้ดูรายการเกมส์โชว์ที่ให้เด็กออกมาแสดงความสามารถพิเศษ และเห็นว่าเมืองไทยเรามีเด็กอัจฉริยะมากมาย และคงไม่ใช่แค่สมัยปัจจุบันหรือในประเทศไทย ความจริงแล้วนักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาวิจัยและติดตามเด็กอัจฉริยะว่าเมื่อเขาโตขึ้นเขาไปทำงานอะไรกันและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้มากน้อยอย่างไร

ปรากฏว่าเด็กอัจฉริยะไม่ค่อยได้เป็นผู้ริเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกนี้มากเท่าที่ควร บางคนแย้งว่าเป็นเพราะเด็กเหล่านี้มักไม่ค่อยมีทักษะทางสังคมจึงเข้ากับคนยากเมื่อโตขึ้น แต่ความจริงแล้วเด็กมากกว่า 75%  ที่เข้าเกณฑ์เด็กอัจฉริยะล้วนมีทักษะทางสังคมดีทีเดียว

นักวิจัยจึงสืบค้นต่อว่าอะไรที่เป็นปัจจัยให้เด็กเหล่านี้ถูกกลืนหายไป ไม่ได้ใช้ศักยภาพสูงสุดของตนเอง จึงได้ทำวิจัยติดตามเด็กเป็นระยะเวลายาวนานจนโต จึงได้พบคำตอบว่า เด็กอัจฉริยะเหล่านี้เมื่อเข้าไปอยู่ในระบบโรงเรียนก็มักจะต้องสมยอมกับระบบ ไม่กล้าทวนกระแสเพราะติดอยู่กับนิยามความสำเร็จที่จัดเกณฑ์ไว้ก่อนแล้ว

หรืออาจกล่าวได้ว่าความกลัวที่จะไม่ประสบความสำเร็จตามนิยามสังคมเป็นศัตรูตัวฉกาจของความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั่นเอง เพราะมนุษย์เราต่างมีความต้องการร่วมกันอย่างหนึ่งคือการได้รับการยอมรับ ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง เป็นพวกเดียวกันกับคนรอบข้าง

เด็กเหล่านี้เมื่อโตไปเป็นหมอก็จะรู้ลึกเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ แต่ก็อาจไม่ตั้งคำถามกับระบบสาธารณสุขที่เอื้อประโยชน์คนจำเพาะกลุ่ม เขาอาจโตไปเป็นทนายว่าความไปตามตัวบทกฎหมายที่ความจริงอาจล้าหลังไปแล้วด้วยซ้ำ โดยไม่ได้ตั้งคำถามว่ากฎหมายนั้นควรจะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคอย่างไร เขาอาจเป็นครูจบปริญญาเอกที่สอนไปตามหลักสูตรโดยไม่สนว่าเนื้อหานั้นจะมีประโยชน์ในชีวิตจริงอย่างไร

การว่ายน้ำทวนกระแสนั้นอาศัยแรงมากมาย แต่ก็ยังมีคนที่แหวกคลื่นออกมาได้ไม่ว่ายุคไหน ไม่เช่นนั้นเราคงยังคิดว่าดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก ผู้หญิงไม่ควรได้เรียนหนังสือต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้าน ติดต่อหาใครจะต้องวิ่งไปหาตู้โทรศัพท์

ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นั้นมีความย้อนแย้ง เพราะการจะ “สร้างสรรค์ ”สิ่งใหม่ก็คงไม่พ้นการต้อง“ลบล้าง”ของเดิม วิธีคิดเดิม ระบบเดิม ท๊อด ลูบาร์ด นักวิจัยทางจิตวิทยากล่าวว่า หากยิ่งให้คุณค่ากับความสำเร็จมากเท่าไร ก็ยิ่งบั่นทอนความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เท่านั้น เพราะแทนที่จะผลักให้ตนเองสำเร็จในแบบเฉพาะตน กลับยึดติดว่าต้องประสบความสำเร็จแบบรับประกันได้เท่านั้น จึงไม่เสี่ยงที่จะแตกต่าง จัดตนเองอยู่ในกรอบเดิมๆ

ดิฉันไม่อาจยอมให้ครูตัดหางปล่อยวัดลูกชายจอมแหวกแนว จึงเลือกทวนกระแสพาลูกเดินออกมา คิดในใจว่าไม่ต้องเป็นอัจฉริยะ แต่หางไม่กุดก็น่าจะพอแล้ว

แล้วคุณหละ คุณเคยมีความคิดทวนกระแสบ้างหรือไม่ แล้วคุณทำอย่างไร 

ในองค์กรของคุณ มีคนที่มักคิดแปลก ท้าทายระบบหรือความเชื่อเก่าๆ บ้างหรือไม่ เขาเหล่านั้นถูกมองอย่างไร และคุณรู้สึกกับเขาอย่างไร

 




เมย์ลภัส บุญสิทธิ์วิจิตร
ผู้อำนวยการฝ่ายการโค้ช
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ Post Today
คอลัมน์ บริหารคน บริหารงาน : อัจฉริยะหางด้วน
ฉบับวันที่