/

บทความบริหารคน บริหารงาน: ปลอดภัยไว้ก่อน

เวลาที่คุณตกอยู่ในอันตราย ส่วนใหญ่คุณจะมีปฎิกิริยาอย่างไรบ้างคะ

Evan Gordon นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญการทำงานของสมองค้นพบว่า ทุก ๆ หนึ่งวินาที สมองระดับจิตใต้สำนึกของเราจะแสกนสิ่งรอบตัว และถามตัวเองกลับว่า “ที่นี่ปลอดภัย หรือ อันตราย ” ลองคิดดูซิคะว่าเราถามตัวเองแบบนี้ถี่ยิบตลอดเวลาโดยที่เราอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

แน่นอน สมองชอบความปลอดภัย เมื่อสมองรับรู้ว่าที่นี่ปลอดภัย มันจะทำงานได้ดีมาก จะสามารถคิดเรื่องซับซ้อน หรือแม้แต่จัดการเรื่องที่ยังคลุมเคลือได้ เมื่ออยู่ในโหมดปลอดภัยเราจะมองสิ่งรอบตัวไปในทางบวก จนเกิดปัญญาเข้าใจเรื่องที่ลึกซึ้งได้เลยทีเดียว หากสมองรับรู้ว่าที่ใดมีบรรยากาศปลอดภัย ก็จะส่งผลให้เราอยากมีส่วนร่วม และพร้อมลงมือทำ

แต่เมื่อสมองรับรู้ว่ากำลังมีภัย มันจะตอบสนองในทางตรงกันข้าม คือ หนีเอาตัวรอด สู้ยิบตา หรือ นิ่งอึ้งไปเลย เพราะเมื่อตกอยู่ในความกลัว สมองจะเหมือนถูกปล้น หรือที่เรียกว่า Amigdala Hijack คือ สมองระบบปฏิบัติการจะหยุดการทำงาน ถูกแทนที่ด้วยสมองส่วนหลังเทียบ เท่ากับสัตว์เลื้อยคลาน ทำให้เราตอบสนองต่ออันตรายแบบเฉียบพลัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น บางคนกลัวจิ้งจก พอตามองตากันเท่านั้น ต่างฝ่ายต่างวิ่งหนีกันกระเจิง วินาทีนั้นทั้งจิ้งจกและเราก็ไม่ต่างกัน หรือไม่บางคนก็ตกใจคว้าอะไรใกล้ตัวได้ก็เหวี่ยงสู้ใส่เพื่อไล่มันไปไกล ๆ

แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้สู้หรือหนี เราเพียงแต่อึ้งนิ่งเท่านั้น...เช่น ในห้องประชุม หัวหน้าเสนอไอเดียใหม่ พอถามความเห็น ทุกคนก็นิ่งเงียบ บ้างก็พยักหน้ากันหงึก ๆ หัวหน้าจึงรวบรัดสรุปประชุม แต่พอทุกคนลุกก้าวขาออกจากห้องประชุมก็เริ่มกระซิบบ่นกันงึมงัม

ในห้องเรียนครูเรียกตอบคำถาม กวาดตามองรอบห้องเห็นแต่นักเรียนตาใสไม่พูดอะไรก็คิดว่านักเรียนไม่รู้คำตอบ

ในครอบครัวพ่อแม่บอกให้ทำอะไรลูกก็นั่งนิ่งรับปาก แต่เผลอหน่อยก็แอบทำตรงกันข้ามกับที่คุยกันไว้ อาการอึ้งภายในที่สังเกตเห็น จากภายนอกว่าเงียบไปนั้นมักถูกแปลว่าเห็นด้วย ไม่มีความคิดเห็น ไม่รู้ หรือถูกให้ความหมายคลาดเคลื่อนไปว่าไม่มีข้อแย้งอะไร เพียงเพราะดูจากอาการภายนอกว่าเงียบๆไม่ตอบสนองอะไร

แต่ความเงียบที่เกิดขึ้นจากอาการอึ้งไม่ได้หมายความว่าสงบเสมอไป ภายในอาจเต็มไปด้วยคลื่นความกลัวเพราะไม่รู้สึกปลอดภัย ปะปนด้วยความคิดที่แย้งกับสิ่งข้างหน้า เกิดบรรยากาศที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก พยายามอ้าปากแต่ก็ไม่มีเสียงออกมา เพราะกลัวว่าคำพูดจะไปขัดทำให้เกิดอันตรายแก่ตนเอง

ในเมื่อไม่มีใครเสนอไอเดีย งั้นผมขอสรุปตามนี้เลยรึกัน ” “แล้วทำไมคุณไม่บอกผมตั้งแต่ตอนนั้น ” “ที่ฉันรับปากอ้ำอึ้งไป ความจริงฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า ” “ตอนนั้นหนูกลัวจนคิดอะไรไม่ออก 

บ่อยครั้งที่ความกลัวทำให้การสื่อสารคลาดเคลื่อนไป เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว การสร้างบรรยากาศการทำงานให้รู้สึกปลอดภัยจึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะส่งผลโดยตรงต่อความมีประสิทธิภาพ ลองคิดดูนะคะว่าหากเราไม่ต้องระแวงว่าพูดอะไรออกไปจะแว้งกลับมาทำร้ายตนเองภายหลังหรือไม่ เราก็อาจจะสามารถสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา กล้าคิดต่าง เกิดความคิดสร้างสรรค์ และได้ใช้ศักยภาพภายในจากความเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่

Evan Gordon ได้ศึกษาเพิ่มเติมอีกว่าไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในการปฏิสัมพันธ์กับใคร สมองก็จะประเมินด้วยคำถามชุดเดิมๆเสมอว่า ใครมีอำนาจเหนือว่า เราอยู่พวกเดียวกันไหม ทางรอดคืออะไร ข้างหน้าไปต่ออย่างไร

ผู้มีสถานะเหนือกว่า เช่น หัวหน้า ครู พ่อ แม่ อาจไม่มีเจตนาที่จะข่มใคร แต่ด้วยตำแหน่งแถมมาด้วยอำนาจในการตัดสิทธิ์บางอย่างของผู้น้อยโดยอัตโนมัติ ก็อาจหลงลืมไปว่าตนเองนั้นอาจเป็นหัวเชื้อก่อให้เกิดบรรยากาศที่ปลอดภัยหรืออันตรายก็ได้

ปลอดภัยไว้ก่อน ” น่าจะเป็นคำขวัญฝากไว้กับผู้ที่ได้รับเกียรติเป็น “ผู้นำ ” หากต้องการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถเริ่มได้โดยการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบสบาย ๆ ใช้คำพูดในทางสร้างสรรค์มากกว่าสร้างเงื่อนไข เปิดพื้นที่ปลอดภัยให้เกิดการรับฟังกับเสียงเล็กๆที่แตกต่าง ช่วยกันระดมสมองแทนที่จะปล่อยให้สมองถูกปล้นไปโดยไม่รู้ตัว

ลองแสกนบรรยากาศรอบตัวคุณดูนะคะว่าคุณตรวจจับคลื่นอันตรายหรือปลอดภัย

 




เมย์ลภัส บุญสิทธิ์วิจิตร
ผู้อำนวยการฝ่ายการโค้ช
สลิงชอท กรุ๊ป
 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์
คอลัมน์ บทความบริหารคน บริหารงาน: ปลอดภัยไว้ก่อน
ฉบับวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561